CORE® Kitten

– Kitten: Deboned Turkey, Turkey Meal & Deboned Chicken

CORE® Kitten เป็นอาหารสำหรับลูกแมวสูตร Grain-Free ที่อุดมไปด้วยโปรตีนและคุณค่าทางโภชนาการที่ช่วยบำรุงสุขภาพและเสริมสร้างพัฒนาการที่ดี ด้วยส่วนผสมที่มีโปรตีนสูงถึง 55% และเพิ่ม DHA จากน้ำมันปลาแซลมอน

ถอดรหัสภาษากายของแมวเมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหาร

มื้ออาหารสำหรับแมวไม่ใช่เรื่องอะไรที่ซับซ้อน – แค่คุณยื่นอาหารให้แล้วแมวก็เดินตรงเข้ามากิน หรือคุณวางขนมเอาไว้ให้แมวค่อยๆ ละเลียดเล็มไปทั้งวัน แต่สำหรับบางบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่เลี้ยงแมวหลายตัว ช่วงเวลามื้ออาหารอาจจะกลายเป็นอะไรที่วุ่นวาย และจำเป็นต้องมีการจัดการที่ดี เพื่อให้สถานการณ์ภายในบ้านยังคงมีความสงบสุข

อาหารแมว wellness core

คุณเคยสงสัยไหมว่าภาษากายของแมวที่แสดงออกเมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหารนั้นมีความหมายว่าอย่างไร? ในบทความนี้ คุณจะได้พบกับคำแนะนำที่จะช่วยให้คุณเข้าใจพวกเค้ามากขึ้น

1. เมื่อแมวนั่งเฝ้าชามอาหารที่ว่างเปล่า

เริ่มกันที่เรื่องง่ายๆ เมื่อแมวของคุณรู้สึกคุ้นชินกับกิจวัตรประจำวันแล้ว นาฬิกาในร่างกายของเค้าจะบอกเวลาให้รู้ได้เองเมื่อถึงเวลามื้ออาหาร แม้ว่าคุณจะไม่เคยให้อาหารพวกเค้าช้าเลยสักครั้ง แต่เค้าก็จะยังคงนั่งเฝ้าคอยอยู่ด้วยความคาดหวัง ยิ่งถ้าแมวของคุณเคยเป็นแมวจรที่ต้องออกหาอาหารเองมาก่อน เค้าจะยิ่งนั่งเฝ้าเพื่อให้แน่ใจว่าอาหารที่คุณให้มีปริมาณมากพอให้เค้าอิ่ม รวมถึงแมวที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักก็จะมีพฤติกรรมในลักษณะนี้เช่นกัน ในบางครั้งแมวจะนั่งลงใกล้ๆ ชามอาหารและส่งเสียงร้องเรียกคุณเพื่อเตือนว่าได้เวลาแล้ว

อาหารแมว

ถ้าคุณให้อาหารชนิดเม็ดแบบใส่ไว้ในชามตลอดเวลาให้แมวกินได้อย่างอิสระ คุณควรจะยกชามอาหารออกในช่วงเวลาที่ไม่ใช่มื้ออาหารและเปลี่ยนเป็นน้ำสะอาดให้แทน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการควบคุมพฤติกรรมการส่งเสียงร้อง คุณจะต้องเข้มงวดไม่ให้อาหารเร็วกว่าเวลาที่กำหนด เพราะพวกเค้าจะเข้าใจว่าเสียงร้องของเค้าสามารถเร่งเวลาอาหารได้ผล

คุณควรจะสร้างบรรยากาศภายในบ้านเพื่อให้แมวมีความสนใจในเรื่องอื่นๆ โดยไม่รู้สึกว่ามื้ออาหารคือกิจกรรมเดียวที่พวกเค้ารอคอย ซึ่งในแต่ละวันคุณควรจะเล่นกับแมวแบบมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างน้อย 2 ครั้ง ส่วนเวลาที่เหลือก็ควรจะจัดหาของเล่นที่พวกเค้าจะสามารถเล่นเองได้อย่างปลอดภัย

ตัวอย่างของการสร้างสภาพแวดล้อมนั้น อาจจะทำได้ด้วยการเพิ่มสิ่งของต่างๆ เช่น ต้นไม้แมว, เปลแมวติดหน้าต่าง, คอนโดแมว หรืออาจจะเปิดคลิปวิดีโอที่แมวชื่นชอบ ฯลฯ ถ้าหากแมวของคุณยังไม่มีทีท่าเลิกพฤติกรรมนั่งเฝ้าชามอาหาร ขอให้คุณทำเป็นไม่สนใจจนกว่าจะถึงเวลาอาหารจริงๆ

คุณจะต้องมั่นใจว่าได้ให้อาหารอย่างเหมาะสมตามช่วงอายุ, เงื่อนไขสุขภาพ, และระดับกิจกรรมของแมว ถ้าหากคุณไม่แน่ใจ แนะนำให้คุณขอรับคำปรึกษาจากสัตวแพทย์ นอกจากนี้ คุณอาจจะทดลองใช้ภาชนะอาหารแบบ Puzzle Feeder ซึ่งคล้ายกับของเล่นฝึกหาอาหารเพื่อช่วยให้แมวรู้สึกเพลิดเพลินและลดความกังวลลง ซึ่งจะได้ผลดีโดยเฉพาะกับลูกแมวที่จำเป็นต้องควบคุมปริมาณอาหาร

Puzzle Feeder

สำหรับอาหารชนิดเม็ด เราแนะนำให้คุณเลือกใช้สูตร Grain-Free แบรนด์ WELLNESS CORE พื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนและได้สมดุล ส่วน Puzzle Feeder ได้ไม่ยากจากร้านค้าออนไลน์หลายแห่ง หรือการทดลองทำแบบ DIY เองก็เป็นไอเดียที่ดีเช่นกัน

2. เมื่อแมวคอยคลอเคลียที่เท้าของคุณระหว่างการเดินไปเตรียมมื้ออาหาร

การคลอเคลียของแมวเป็นการแสดงถึงความผูกพันและความเคารพอย่างลึกซึ้ง แมวมักจะใช้สีข้างของตนเองถูกับร่างกายของแมวตัวอื่นที่อยู่ในระดับสูงกว่า เมื่อคุณเดินไปเตรียมอาหาร พวกเค้ามักจะรู้สึกตื่นเต้นและคาดหวัง เค้าจึงอยากแสดงออกให้คุณได้รับรู้ว่าพวกเค้ารักคุณมากขนาดไหน

3. เมื่อแมวกินอาหารเฉพาะเวลาที่มีคุณอยู่ด้วยเท่านั้น

เมื่อคุณวางชามอาหารแล้วเดินออกไป แมวบางตัวอาจจะมีอาการเดินไปเดินมาระหว่างชามอาหารกับจุดที่มีคุณอยู่ นั่นก็เป็นเพราะแมวอยากให้คุณอยู่กับเค้าด้วย เพราะเค้าจะได้รู้สึกมั่นคงปลอดภัยมากขึ้น ในกรณีที่แมวมีอาการระแวงระหว่างการทานอาหาร คุณควรจะตรวจสอบสภาพแวดล้อมดูว่ามีอะไรที่ควรปรับเปลี่ยนเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับพวกเค้า ยกตัวอย่างเช่น แมวของคุณถูกแมวตัวอื่นหรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ มารบกวนระหว่างมื้ออาหารหรือไม่ และจัดการแก้ปัญหาเหล่านั้นให้หมดไป

4. เมื่อแมวใช้อุ้งเท้าโกยอาหาร

การที่แมวของคุณใช้อุ้งเท้าโกยอาหารออกจากชามระหว่างการรับประทานอาจจะตีความได้สองอย่าง อย่างแรกก็คือชามอาหารอาจจะมีขนาดหรือรูปทรงที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะชามที่มีรูปทรงแคบหรือลึกเกินไปจนหนวดของเค้าต้องเบียดกับขอบชามทุกครั้งที่ก้มหัวลงไปทานอาหาร เพราะหนวดของแมวนั้นไวต่อการสัมผัสมาก ถ้าหนวดของเค้าหักงอจะทำให้เค้าเกิดความไม่สบายใจขึ้นได้ นอกจากนี้ ชามอาหารที่ไม่เหมาะสมจะบดบังการมองเห็นบรรยากาศรอบตัว ยิ่งถ้าหากในบ้านของคุณมีการเลี้ยงสัตว์หลายตัว ความสามารถในการมองเห็นที่ลดลงอาจจะทำให้เค้ารู้สึกเสียเปรียบ โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องกิน คุณจึงควรเลือกชามที่มีลักษณะตื้นและกว้าง ขอบชามไม่เบียดกับหนวดของแมว เพื่อให้เค้ารู้สึกสบายใจในระหว่างการทานอาหาร

หรือในอีกทางหนึ่ง การใช้อุ้งเท้าโกยอาหารอาจจะเป็นนิสัยการเล่นสนุกของแมวบางตัว การเขี่ยอาหารออกจากชามสัก 2-3 ชิ้นก่อนเริ่มรับประทานอาจจะช่วยให้เค้ารู้สึกเพลิดเพลินก็เป็นได้

5. เมื่อแมวทำท่าเหมือนจะฝังอาหารลงในพื้น

แมวบางตัวอาจจะเดินวนรอบชามอาหาร ก้มลงไปดม แล้วใช้เท้าตะกุยพื้นเหมือนจะขุดเพื่อฝังกลบอาหาร นั่นอาจจะเป็นการทำตามสัญชาตญาณดั้งเดิมเมื่อเค้าต้องการกำจัดอาหาร พฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเค้าไม่ชอบอาหารในชามนั้น แต่เค้าอาจจะยังไม่หิวและต้องการกำจัดอาหารนั้นทิ้งไปเพราะไม่อยากให้มีกลิ่นหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ของเค้าซึ่งเป็นสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดอย่างหนึ่ง เพราะโดยธรรมชาติแล้ว กลิ่นอาหารอาจจะเป็นการระบุตำแหน่งให้สัตว์นักล่าตามมาทำอันตรายพวกเค้าได้

6. เมื่อแมวมองไปรอบๆ ระหว่างทานอาหาร

แมวที่คอยมองไปทั่วในระหว่างการทานอาหาร หรือกินหนึ่งคำแล้วหยุดเพื่อมองไปรอบๆ ก่อนที่จะกินคำใหม่ อาจจะเป็นเพราะเค้ารู้สึกวิตกกังวลกับบริเวณทีอาหารตั้งอยู่ หรืออาจกลัวว่าจะมีแมวตัวอื่นมาแย่งอาหารของเค้า นี่เป็นพฤติกรรมที่เห็นได้บ่อยในบ้านที่มีการเลี้ยงแมวหลายตัว หรือมีการวางชามอาหารในบริเวณที่มีความวุ่นวาย เช่น มีคนเคลื่อนไหวไปมาอยู่ในห้องนั้นหลายคน

เพื่อแก้ปัญหานี้ คุณควรจะมองหาจุดให้อาหารที่เหมาะสม ไม่ควรวางชามอาหารและน้ำดื่มไว้ชิดผนังเพราะจะทำให้แมวไม่สามารถมองเห็นความเป็นไปภายในห้อง สำหรับบ้านที่มีการเลี้ยงแมวรวมกันหลายตัว ถ้าหากแมวมีอาหารเครียดในห้องที่มีการทานอาหารร่วมกัน ควรพิจารณาจัดพื้นที่วางอาหารให้เป็นสัดส่วนแยกออกจากกัน เพื่อให้แมวรู้สึกมั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้น

7. เมื่อแมวมีพฤติกรรมหวงอาหารหรือแสดงอาการก้าวร้าว

เป็นความจริงที่ว่าแมวคือสัตว์สังคม แต่โครงสร้างทางสังคมก็ยังต้องพึ่งพิงการมีอยู่ของอาหาร เมื่อแมวรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคามหรือถูกเบียดเบียน เค้าจึงต้องเอาตัวรอดและพยายามปกป้องอาหารของเค้า ซึ่งการแสดงออกเช่นนี้อาจจะทำให้พวกเค้าดูก้าวร้าว

การที่สัตว์ตัวอื่นหรือใครบางคนเข้าไปใกล้เค้าในระหว่างการกินอาหาร อาจจะทำให้เค้ารู้สึกไม่ปลอดภัย คุณจึงควรจัดสรรพื้นที่ในการวางอาหารอย่างเหมาะสม ไม่ควรให้อาหารแมวพร้อมกันหลายตัวด้วยชามขนาดใหญ่ แมวทุกตัวควรมีพื้นที่ส่วนตัวในการกินอย่างสงบสุข

การใช้ภาชนะให้อาหารแบบ Puzzle Feeder ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีอีกอย่างหนึ่ง เพราะ Puzzle Feeder จะช่วยให้แมวเกิดความเพลิดเพลินและลดอาการเครียดลง ด้วยการกระตุ้นสัญชาตญาณในการล่าอาหาร

เพราะแมวไม่ใช่สัตว์สังคมเมื่อถึงเวลากิน เค้าม่ชอบและรู้สึกเครียดเมื่อต้องทานอาหารร่วมกับแมวตัวอื่น แม้กระทั่งลูกแมวที่ในช่วงเวลาปกติก็ดูจะเข้ากันได้ดี ก็ยังชอบการมีพื้นที่ส่วนตัวขณะกินอาหารมากกว่า ดังนั้น วิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือการแยกพื้นที่ในการให้อาหารอย่างเป็นสัดส่วน ซึ่งความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยนี่เองคือกุญแจสำคัญสู่ความสันติภายในบ้านระหว่างมื้ออาหาร

8. เมื่อแมวแย่งทานอาหารในชามของแมวตัวอื่น

แมวบางตัวอาจจะมีนิสัยกินเร็วมาก เมื่อทานของตัวเองหมดแล้วก็จะไปแย่งอาหารของแมวตัวอื่นกินต่อ หรือ แมวบางตัวก็อาจจะชอบแย่งกินอาหารจากชามของแมวตัวอื่นก่อน แล้วจึงค่อยวกกลับมาทานอาหารในชามของตัวเอง

แมวที่แสดงพฤติกรรมเหล่านี้มักกลัวว่าอาหารของตนเองจะมีไม่เพียงพอ พบได้มากในแมวที่เคยเป็นแมวจรมาก่อน แม้ว่าจะมีอาหารปริมาณมากมายอยู่ตรงหน้า เค้าก็ยังคงรู้สึกกังวลอยู่ดี นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงออกถึงอำนาจเพื่อข่มแมวที่ดูอ่อนแอกว่าได้อีกด้วย

คุณควรจะตรวจสอบดูว่าอาหารแมวที่คุณให้ในแต่ละมื้อมีปริมาณเพียงพอให้เค้าอิ่ม และคอยดูแลระหว่างการทานอาหารเพื่อป้องกันการขโมยอาหารของแมวตัวอื่น หรือจัดให้มีการวางอาหารแยกกันอย่างเป็นสัดส่วน

9. เมื่อแมวทานอาหารเร็วเกินไป

แมวบางตัวอาจจะมีนิสัยกินเร็วมากและลงท้ายด้วยการอาเจียนออกมา ก่อนอื่นคุณต้องตรวจสอบว่าอาการเช่นนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความเจ็บป่วย เมื่อตัดสาเหตุความผิดปกติทางสุขภาพออกไปแล้ว ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าแมวตัวนั้นกำลังมีความกังวลว่าอาหารของตนจะมีไม่เพียงพอ หรือ เค้าอาจจะรู้สึกหิวมากเพราะอาหารในแต่ละมื้อทิ้งช่วงเวลาห่างกันมากเกินไป แมวมีกระเพาะอาหารขนาดเล็ก ดังนั้น จึงควรให้อาหารปริมาณน้อยแต่แบ่งเป็นหลายมื้อย่อยในแต่ละวัน ซึ่งจะส่งผลดีกว่าการให้อาหารมื้อใหญ่เพียงวันละ 1-2 มื้อ

เพื่อฝึกให้แมวทานช้าลง คุณอาจจะลองเลือกชามแบบ Slow-Feeder ซึ่งมักจะนิยมใช้กับสุนัข โดยชามประเภทนี้ออกแบบมาให้สัตว์เลี้ยงต้องใช้ความพยายามเพิ่มขึ้นในการกิน คุณอาจจะใช้พิมพ์อบขนมมัฟฟินเป็นภาชนะในการให้อาหาร โดยแบ่งอาหารปริมาณน้อยใส่ไว้ในแต่ละช่อง ถ้าหากคุณให้อาหารเปียก การบดอาหารให้แหลกจะช่วยให้แมวต้องใช้เวลาในการกินมากขึ้น นอกจากนี้ ชามแบบ Puzzle Feeder ก็สามารถใช้ในการฝึกได้เช่นกัน

10. เมื่อแมวเอียงหัวและกินอาหารด้วยมุมปากฝั่งเดียว

พฤติกรรมเช่นนี้พบได้มากในแมวที่มีอาการเจ็บป่วย เช่น ปวดฟัน, มีแผลในช่องปาก คุณจึงควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ

เมื่อมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษากายของแมวเมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหาร?

มื้ออาหารของแมวจัดเป็นเรื่องสำคัญในลำดับต้นๆ สำหรับผู้รักแมวทุกคน หากคุณไม่แน่ใจว่าแมวต้องการบอกอะไรกับคุณเกี่ยวกับอาหารของพวกเค้า ลองปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อขอคำแนะนำที่ถูกต้องและตรวจสอบว่าพฤติกรรมแปลกๆ เหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากอาการเจ็บป่วย

สุนัขช่วยลดความเครียดในช่วงเวลาที่รู้สึกกังวลหรือไม่? คำตอบคือ ใช่!

การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความเครียดให้กับผู้คนทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่จำเป็นต้องอธิบายเพิ่มเติม เพราะคุณคงรู้ดีถึงสถานการณ์นี้ อย่างไรก็ตาม ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นก็มีผลดีอย่างน้อยหนึ่งประการ: ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา จำนวนสัตว์เลี้ยงที่ถูกนำไปเลี้ยงสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ถึงขนาดที่สถานสงเคราะห์สัตว์บางแห่งมีสัตว์เลี้ยงเหลืออยู่น้อยมากหรือไม่มีเลย

แม้ว่าบางสถานสงเคราะห์สัตว์จะกังวลว่าจำนวนการรับเลี้ยงสัตว์ที่เพิ่มขึ้นอาจทำให้มีการส่งคืนสัตว์เลี้ยงมากขึ้นในอนาคต แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่เกิดขึ้น เหตุผลนั้นง่ายมาก: การเผชิญกับความไม่แน่นอนนั้นง่ายขึ้นมากเมื่อมีสุนัขอยู่ข้าง ๆ คุณ ไม่จำเป็นต้องเชื่อคำพูดเรา เพราะวันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีต่าง ๆ ที่สุนัขช่วยให้เรารับมือกับสถานการณ์เครียดได้ โดยมีการพิสูจน์จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มากมาย

ประโยชน์ของการมีสุนัขโดยการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์

ดร.แคธ เดนช์ ผู้เชี่ยวชาญด้านสัตวแพทย์จาก The Gentle Dog Trainers กล่าวว่า “ด้วยต้นทุนการดูแลสุขภาพที่สูงขึ้น ผลกระทบเชิงบวกของสุนัขต่อสุขภาพโดยรวมของเราและบทบาทในการช่วยเหลือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง”
การวิจัยจาก HABRI (Human Animal Bond Research Institute) สรุปประโยชน์ทางสุขภาพที่ได้รับการพิสูจน์จากการมีสุนัข

“การมีสุขภาพดีในวัยสูงอายุเป็นกระบวนการตลอดชีวิตที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจและการเลือกวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพ การรักษาสุขภาพร่างกายในทุกช่วงชีวิตช่วยให้เรามีอายุยืนยาวขึ้น ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย ความพิการ และการเสียชีวิต งานวิจัยจำนวนมากได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างการมีสัตว์เลี้ยงและสุขภาพร่างกาย รวมถึงการเพิ่มกิจกรรมทางกายและสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด” – HABRI

แต่สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร? นี่คือ 4 วิธีที่สุนัขของเราช่วยให้เรารับมือกับสถานการณ์ที่ยากลำบากได้ดีขึ้น:

1. สุนัขช่วยให้เรามีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ที่เครียดมากขึ้น

คุณเคยรู้สึกสงบขึ้นเมื่ออยู่กับสุนัขไหม? งานวิจัยยืนยันแล้วว่าความรู้สึกนี้ไม่ได้เป็นเพียงความรู้สึกส่วนตัว หลายการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการอยู่ใกล้สุนัขที่เป็นมิตรช่วยลดความดันโลหิต ซึ่งเป็นปฏิกิริยาทั่วไปต่อสถานการณ์ที่เครียด นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบว่าการลูบสัตว์ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและทำให้เราสงบลง และไม่ต้องบอกเลยว่าสุนัขก็ชอบการลูบนี้เช่นกัน! การอยู่ใกล้สุนัขยังช่วยลดระดับคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่บ่งชี้ถึงความเครียดอีกด้วย

2. สุนัขทำให้เรามีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมดีขึ้น

การพูดคุยหรือเล่นกับสุนัขถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม แต่ไม่ใช่วิธีเดียวที่สุนัขช่วยเราในการเข้าสังคม งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าผู้คนที่อยู่กับสัตว์เลี้ยงมักดูน่าเข้าหามากขึ้นและน่าไว้วางใจมากขึ้น นอกจากนี้ การมีสัตว์เลี้ยงยังทำให้เรารู้สึกเหงาน้อยลง ลดความก้าวร้าว และมีความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่นมากขึ้น

3.เจ้าของสุนัขออกกำลังกายมากขึ้น

แม้ว่าเรื่องนี้อาจพิสูจน์ได้ยากเนื่องจากตัวแปรหลายอย่างในชีวิตของแต่ละคน แต่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงมักมีสุขภาพจิตและร่างกายที่ดีกว่าผู้ที่ไม่มีสัตว์เลี้ยง อย่างน้อยก็มีเหตุผลหนึ่งที่สามารถอธิบายได้ง่าย ๆ: เจ้าของสุนัขมักออกกำลังกายมากกว่า เช่น การเดินเล่นกับสุนัข แม้ในช่วงที่การออกนอกบ้านอาจเป็นเรื่องยาก แต่กิจกรรมอื่น ๆ เช่น การเล่นโยนลูกบอลกับสุนัขก็เป็นกิจกรรมที่ทั้งสนุกและดีต่อสุขภาพสำหรับทั้งคู่

4. สุนัขทำให้เรามีความสุขมากขึ้น

หลังจากศึกษาผลงานวิจัยจำนวนมาก การศึกษาจาก Frontiers in Psychology สรุปว่า การมีปฏิสัมพันธ์กับสุนัขมีผลดีมากมาย เพราะมันกระตุ้นการผลิตออกซิโทซิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขและความรัก มีรายงานมากมายเกี่ยวกับสุนัขที่ช่วยผู้ป่วยที่ทุกข์ทรมานจากภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล และในปัจจุบันที่เราทุกคนอาจกำลังเผชิญกับความรู้สึกเช่นนี้ การมีสุนัขข้างกายจึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

บทสรุป

ปี 2020 ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตของเราในรูปแบบที่คาดไม่ถึง และบางคนคาดการณ์ว่าอาจเปลี่ยนไปตลอดกาล ไม่ว่าอย่างไรเราต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนมากมาย และการมีเพื่อนที่ซื่อสัตย์อย่างสุนัขอยู่เคียงข้างเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างมาก สุนัขช่วยให้เรารับมือกับสถานการณ์ที่เครียดได้ในหลายรูปแบบ ไม่เพียงแต่เป็นเพื่อนที่ทำให้เรารู้สึกไม่เหงาเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราใช้ชีวิตอย่างมีสติ และการดูแลสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ เป็นประสบการณ์ที่เติมเต็มอย่างยิ่ง

อาหารเพื่อสุขภาพ Wellness CORE เพื่อสุนัขที่คุณรัก 

ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการทำความสะอาดฟันสุนัข

อ้อ ความสุขของการเป็นเจ้าของสุนัข เต็มไปด้วยช่วงเวลาที่สนุกสนานมากมาย ตั้งแต่การเก็บถุงเล็ก ๆ ระหว่างพาสุนัขเดินเล่นทุกวัน ขอโทษเพื่อนบ้านทุกครั้งที่สุนัขของคุณเห่าเสียงดังเมื่อเห็น (ชู่ว! อย่าพูดมัน!) กระรอก และแน่นอน การแปรงฟันให้สุนัขของคุณ มีหลายช่วงเวลาที่สุนัขของคุณมอบความสุขให้ แต่การใช้เวลากับการดูแลฟันสุนัขอาจไม่ติดอยู่ในลิสต์ช่วงเวลาที่คุณชอบที่สุด ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเจ้าของสุนัขหลายคน (อุ๊ปส์) มักจะมองข้ามเรื่องนี้ไป มันมีคำถามมากมายที่เกิดขึ้น เช่น “จะแปรงฟันสุนัขอย่างไร?” หรือ “ควรใช้ผลิตภัณฑ์อะไรในการทำความสะอาดฟันสุนัข?”

ความจริงก็คือ สุขภาพโดยรวมของสุนัขขึ้นอยู่กับสุขภาพฟันของพวกเขา ฟังดูบ้าไปหน่อย แต่ก็เหมือนกับมนุษย์ หากสุนัขมีสุขภาพฟันที่ไม่ดี อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ มากมาย เช่น โรคหัวใจ ตับ และไต ดังนั้น การดูแลฟันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณต้องใส่เข้าไปในกิจวัตรการดูแลสุนัขของคุณ (รวมถึงการแปรงฟันสุนัขและการให้ของเล่นและขนมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพฟัน) และยังเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องนัดหมายการทำความสะอาดฟันสุนัขกับสัตวแพทย์ด้วย

ค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดฟันสุนัขคือเท่าไหร่? ค่าทำความสะอาดฟันสุนัขอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่? และควรพาสุนัขไปทำความสะอาดฟันบ่อยแค่ไหน? ก่อนอื่น เรามาดูกันว่าการทำความสะอาดฟันสุนัขประกอบด้วยอะไรบ้า

เกิดอะไรขึ้นระหว่างการทำความสะอาดฟันสุนัข?

การตรวจร่างกาย เอ็กซ์เรย์ และตรวจเลือด

เช่นเดียวกับขั้นตอนอื่น ๆ การทำความสะอาดฟันสุนัขเริ่มต้นด้วยการตรวจร่างกายอย่างละเอียดโดยสัตวแพทย์ และจะมีการถ่ายเอ็กซ์เรย์ช่องปากเพื่อประเมินความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นใต้แนวเหงือก เนื่องจากสุนัขต้องได้รับการวางยาสลบเพื่อทำการรักษา (และจริง ๆ ใครล่ะจะไม่อยากได้รับการวางยาสลบเวลาหาหมอฟัน?) สัตวแพทย์ส่วนใหญ่จะต้องตรวจเลือดก่อนเพื่อดูว่ามีปัจจัยใดบ้างที่อาจส่งผลเสียต่อการใช้ยาสลบ สุนัขของคุณต้องมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอที่จะได้รับยาสลบเพื่อเข้ารับการรักษา ดังนั้น อย่าละเลยขั้นตอนสำคัญนี้

นอกจากนี้ ต้องจำไว้ว่าการวางยาสลบมักต้องมีการงดอาหารและน้ำในระยะเวลาหนึ่งก่อนการทำหัตถการ ดังนั้น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ในการงดอาหารและน้ำให้สุนัขของคุณในช่วงเวลาที่กำหนดก่อนการทำความสะอาด

การทำความสะอาดฟันสุนัข

หลังจากที่สุนัขของคุณพร้อมแล้ว การวางยาสลบจะถูกดำเนินการและการทำความสะอาดจะเริ่มขึ้น โดยเจ้าหน้าที่จะทำการขูดเอาคราบหินปูนขนาดใหญ่ที่สะสมอยู่บนฟันออกก่อน (ซึ่งมักจะเป็นคราบสีขาว น้ำตาล เหลือง หรือส้มที่ติดอยู่บนฟัน) เมื่อขูดคราบหินปูนออกแล้ว จะมีการตรวจสอบฟันเพื่อดูสัญญาณของการติดเชื้อหรือโรคฟัน และทำการตัดสินใจว่าควรถอนฟันบางซี่ที่เสียหายหรือไม่

หลังจากแก้ไขปัญหาที่ร้ายแรงแล้ว การขจัดคราบพลัคจะเริ่มขึ้น โดยปกติจะใช้เครื่องมือขูดแบบอัลตราโซนิก (เครื่องมือทางทันตกรรมที่สั่นด้วยความเร็วสูง) คราบพลัคส่วนใหญ่เกิดจากแบคทีเรีย ดังนั้นการปล่อยคราบพลัคไว้ใต้แนวเหงือกสามารถนำไปสู่โรคเหงือกได้อย่างรวดเร็ว การติดเชื้อที่เหงือกสามารถแพร่กระจายไปยังหัวใจ ไต หรือ ตับได้ ดังนั้น การขจัดคราบพลัคจึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดในการทำความสะอาดฟัน

จากนั้นจะใช้เครื่องมือวัดลึกวัดระยะห่างระหว่างฟันกับเหงือก หากพบช่องลึกมาก แสดงถึงสัญญาณของโรคเหงือก หลังจากนั้นฟันจะถูกขัดและเคลือบด้วยฟลูออไรด์เพื่อป้องกันการสะสมของคราบหินปูนและพลัคในอนาคต ในบางครั้งหลังจากขั้นตอนนี้ จะมีการเคลือบฟันด้วยสารป้องกันเพื่อช่วยป้องกันการสะสมของคราบหินปูนและพลัคในอนาคต

สุดท้าย สุนัขของคุณจะได้พักฟื้นเป็นเวลาสั้น ๆ หลังการทำความสะอาด และจะต้องการความรักและการดูแลเอาใจใส่เมื่อกลับบ้าน อย่าลืมว่าการรักษาอาจแตกต่างกันไปตามวิธีการของสัตวแพทย์แต่ละคน ดังนั้นควรพูดคุยกับสัตวแพทย์เพื่อทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสิ่งที่ควรคาดหวัง

ค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดฟันสุนัข

คำตอบง่าย ๆ คือค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดฟันสุนัขอยู่ในช่วง 2,500 ถึง 8,000 บาท หากไม่มีการถอนฟัน ซึ่งเป็นช่วงราคาที่กว้างทีเดียว ราคาจะแตกต่างกันไปตามสัตวแพทย์แต่ละแห่ง และมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่าย เช่น:

  • น้ำหนักของสุนัข
    สุนัขที่มีน้ำหนักมากกว่าจะต้องใช้ยาสลบและยาที่เกี่ยวข้องในปริมาณที่มากขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดฟันเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

  • อายุของสุนัข
    สุนัขที่มีอายุมากกว่าอาจต้องตรวจเลือดและตรวจร่างกายเพิ่มเติมก่อนเข้ารับการทำความสะอาดฟัน ซึ่งอาจทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

  • ความเสียหายของฟันที่มีอยู่
    หลังจากสัตวแพทย์ทำความสะอาดคราบหินปูนและพลัคออกแล้ว จะสามารถตรวจสอบฟันได้อย่างชัดเจนขึ้น หากพบว่าฟันบางซี่มีการผุพังหรือมีโรคที่รุนแรง อาจจำเป็นต้องถอนฟัน และการถอนฟันจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งบางครั้งอาจสูงถึงหลักพันดอลลาร์ ควรพูดคุยเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเหล่านี้กับสัตวแพทย์ก่อนการทำความสะอาดเพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับบิลที่คาดไม่ถึงหลังจากการรักษา

  • ยา
    หลังการทำความสะอาดฟัน อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ หรือยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการเจ็บจากการถอนฟัน ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ควรทำความสะอาดฟันสุนัขบ่อยแค่ไหน?

คำตอบขึ้นอยู่กับการดูแลของคุณ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้พาสุนัขไปทำความสะอาดฟันทุก ๆ 6 เดือนถึง 1 ปี แต่ระยะเวลานี้อาจยืดออกไปได้หากคุณดูแลสุขภาพฟันของสุนัขอย่างสม่ำเสมอ เช่น แปรงฟันให้สุนัขอย่างน้อยวันเว้นวัน ให้ของเล่นที่ช่วยขจัดคราบพลัค และขนมที่ช่วยทำความสะอาดฟัน ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดฟันที่คลินิกได้

การทำความสะอาดฟันสุนัขไม่จำเป็นต้องเป็นงานที่น่าเบื่อ คุณสามารถให้ขนม Whimzees ซึ่งเป็นวิธีที่สนุกและอร่อยในการดูแลฟันของสุนัข ขนม Whimzees ช่วยรักษาฟันของสุนัขให้สะอาด ลดความถี่ในการทำความสะอาดที่คลินิก โดยช่วยป้องกันการสะสมของคราบพลัคและหินปูนที่จำเป็นต้องให้สัตวแพทย์ทำความสะอาด ลองใช้ Whimzee (Coming Soon) ที่มีการออกแบบพิเศษเพื่อช่วยให้ลมหายใจสดชื่นและฟันสะอาดมากขึ้น

อาหารสุนัขแบบฟรีซดรายมีประโยชน์อย่างไร ?

brown and tan healthy dog

ปัจจุบัน อาหารสุนัขมีหลากหลายรูปแบบ รสชาติ และลักษณะให้เลือกมากมาย เนื่องจากอาหารสุนัขแบบฟรีซดรายกำลังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ผู้เลี้ยงสัตว์หลายคนจึงมีคำถามเกี่ยวกับอาหารสุนัขประเภทใหม่นี้ ในที่นี้ เราจะอธิบายว่าอาหารสุนัขแบบฟรีซดรายคืออะไร รวมถึงประโยชน์และความท้าทายที่มากับการให้อาหารสุนัขของคุณในรูปแบบนี้ จากนั้นเราจะให้คำแนะนำวิธีการผสมผสานอาหารแบบฟรีซดรายเข้าไปในอาหารประจำวันของสุนัขคุณ

ก่อนอื่นเรามาพูดถึงเหตุผลว่าทำไมอาหารสุนัขแบบฟรีซดรายถึงได้รับความนิยม ผู้เลี้ยงสัตว์และนักโภชนาการต่างเห็นพ้องกันว่าโปรตีนคุณภาพสูง เช่น ไก่งวง ไก่ หรือแซลมอน ซึ่งมักพบในอาหารแบบฟรีซดราย ให้สารอาหารที่ยอดเยี่ยม โปรตีนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและการบำรุงรักษาเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายของสุนัขเกือบทุกส่วน ในระดับโมเลกุล โปรตีนจากอาหารให้กรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับร่างกายในการสร้างขน ผิวหนัง กล้ามเนื้อ กระดูกอ่อน เอ็น และเส้นเอ็น และสำหรับสุนัข อาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนมักจะเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุด เพราะส่วนผสมเนื้อสัตว์คุณภาพสูงจะมีกลิ่นหอมและรสชาติที่อร่อย

อาหารสุนัขแบบฟรีซดรายคืออะไร?
การฟรีซดรายเป็นเทคนิคที่ใช้ในการเก็บรักษาส่วนผสมดิบ เช่น เนื้อสด เพื่อผลิตอาหารสุนัขที่ปลอดภัย เก็บได้นาน และมีน้ำหนักเบา อาหารสุนัขแบบฟรีซดรายนั้นจัดเป็นอาหารดิบในทางเทคนิคและอุดมไปด้วยสารอาหาร

การให้อาหารสุนัขแบบฟรีซดรายมีประโยชน์อย่างไร?
อาหารสุนัขแบบฟรีซดรายให้สารอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุดสำหรับสุนัข ซึ่งเหมาะกับผู้เลี้ยงที่กำลังมองหาทางเลือกแทนอาหารเม็ดธรรมดา ด้วยรสชาติที่ยอดเยี่ยม อาหารสุนัขแบบฟรีซดรายสามารถใช้เป็นมื้ออาหารหลักสำหรับสุนัขที่กินยาก หรือใช้เป็นท็อปเปอร์ที่อร่อยสำหรับสุนัขทุกตัว เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับมื้ออาหาร

  • ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด
  • รักษารสชาติของส่วนผสมเนื้อสัตว์
  • รักษาคุณค่าทางโภชนาการของส่วนผสม

อาหารสุนัขแบบฟรีซดรายทำอย่างไร ?
การฟรีซดรายเป็นรูปแบบพิเศษของการอบแห้งที่กำจัดความชื้นออกจากอาหารที่อุณหภูมิต่ำมาก ในกระบวนการฟรีซดราย ส่วนผสมดิบจะถูกแช่แข็งก่อน จากนั้นนำไปใส่ในเครื่องสูญญากาศที่เปลี่ยนน้ำในอาหารให้เป็นไอ คุณอาจเคยซื้ออาหารฟรีซดรายมาแล้ว เช่น กาแฟสำเร็จรูปหรือซีเรียลที่มีผลไม้ฟรีซดราย

การฟรีซดรายส่งผลต่อคุณค่าทางโภชนาการของอาหารอย่างไร?
การฟรีซดรายช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการของส่วนผสมดิบได้มากกว่าวิธีอื่นๆ เช่น การปรุงอาหารหรือการทำให้อาหารสัตว์แห้ง เนื่องจากส่วนผสมของเนื้อดิบถูกฟรีซดราย กระบวนการนี้ช่วยให้สารอาหารที่มีประโยชน์ตามธรรมชาติยังคงอยู่ครบถ้วน

มีอาหารสุนัขแบบฟรีซดรายประเภทใดบ้าง?
อาหารสุนัขแบบฟรีซดรายมีหลากหลายประเภท ตั้งแต่ขนมเนื้ออร่อยๆ อาหารฟรีซดรายที่ใช้เป็นท็อปเปอร์ หรือมิกซ์เซอร์ ไปจนถึงอาหารแบบครบถ้วนและสมดุลที่สามารถใช้เป็นมื้อหลักได้

อาหารสุนัขแบบฟรีซดรายทั้งหมดเหมือนกันหรือไม่?
แม้ว่ากระบวนการฟรีซดรายจะคล้ายกันระหว่างแบรนด์และบริษัทต่างๆ แต่ความแตกต่างจะขึ้นอยู่กับประเภทของอาหารและส่วนผสมที่นำมาทำการฟรีซ ดราย ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงมักประกอบด้วยชิ้นเนื้อเต็มๆ และผลไม้หรือผักที่เห็นได้ชัดเจน บางแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์อาหารสุนัขแบบฟรีซดรายอาจไม่ได้ใช้เนื้อดิบทั้งชิ้น แต่จะใช้ส่วนผสมที่ผสมกันเพื่อสร้างเป็นก้อนเนื้อคล้ายแฮมเบอร์เกอร์หรือไส้กรอกแทน

ฉันควรกังวลเกี่ยวกับแบคทีเรียจากเนื้อสดในอาหารสุนัขแบบฟรีซดรายหรือไม่?
หากคุณกำลังคิดจะให้อาหารสุนัขแบบฟรีซดราย ควรติดต่อแบรนด์นั้นๆ เพื่อทำความเข้าใจว่าพวกเขามีวิธีการรับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อย่างไร ที่ Wellness เราให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของทุกสูตรอาหารที่เราสร้างขึ้น นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมทุกชุดของเนื้อสัตว์ที่เราทำการฟรีซดรายจะต้องผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์ด้วยแรงดันสูง (High-Pressure Pasteurization หรือ HPP) ก่อนขั้นตอนการฟรีซดราย ขั้นตอนนวัตกรรมนี้เพิ่มแรงดันที่ช่วยทำลายแบคทีเรีย ในขณะที่ยังคงรักษาความสมบูรณ์ของส่วนผสมเอาไว้

เราจะผสมอาหารแบบฟรีซดรายเข้าไปในอาหารของสุนัขได้อย่างไร?
อาหารสุนัขที่ทำจากส่วนผสมฟรีซดรายทั้งหมดอาจมีราคาสูง หาได้ยาก และอาจไม่เหมาะกับสุนัขทุกตัว คำแนะนำของเราคือให้ผสมสารอาหารจากอาหารแบบฟรีซดรายบางส่วนเข้าไปในอาหารเม็ดของ Wellness CORE ในขณะที่ยังคงความสะดวกในการให้อาหารตามตารางเวลาปกติของสุนัข

CBD Oil น้ำมันกัญชาสำหรับสุนัข: ช่วยลดความวิตกกังวลได้หรือไม่?

CBD Oil น้ำมันกัญชา ได้รับความสนใจในวารสารทางการแพทย์มาหลายปีแล้ว และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ถูกพูดถึงบ่อยในข่าวกระแสหลักในฐานะทางเลือกทางการแพทย์สำหรับปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เมื่อมีการค้นพบการใช้งานCBD Oil น้ำมันกัญชา มากขึ้น การนำมาใช้ในการรักษาสุขภาพสัตว์เลี้ยงก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรักษาความวิตกกังวลในสุนัข

CBD Oil น้ำมันกัญชา สำหรับความวิตกกังวลของสุนัขกลายเป็นประเด็นที่ได้รับการถกเถียง และเจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายคนต่างสงสัยว่า: CBD Oil น้ำมันกัญชา จะช่วยลดความวิตกกังวลของสุนัขฉันได้หรือไม่? หัวข้อนี้ค่อนข้างซับซ้อน เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ CBD อื่น ๆ แต่ก็เหมือนกับการรักษาสุขภาพทั้งหมด ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย นี่คือสิ่งที่เราทราบเกี่ยวกับ CBD Oil น้ำมันกัญชาสำหรับความวิตกกังวลของสุนัข

CBD Oil น้ำมันกัญชาคืออะไร

Cannabidiol หรือ CBD เป็นสารประกอบที่ได้จากกัญชง และเพื่อที่จะถูกจัดประเภทเป็นน้ำมัน CBD น้ำมันต้องมีปริมาณ delta-9-tetrahydrocannabinol (THC) น้อยกว่า 0.3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง THC เป็นสารที่มีฤทธิ์ทางจิตในกัญชาที่ทำให้เกิดความรู้สึก ‘เมา’ เนื่องจาก CBD มี THC น้อยกว่า 0.3 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่มีปฏิกิริยาทางจิต ส่วนใหญ่น้ำมัน CBD สกัดมาจากกัญชง

ประโยชน์ของ CBD Oil น้ำมันกัญชา

สิ่งสำคัญคือต้องเริ่มโดยการบอกว่ายังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันการใช้ น้ำมัน CBD สำหรับสุนัขอย่างแน่ชัด แต่มีหลักฐานจากประสบการณ์ของเจ้าของสัตว์เลี้ยงเพิ่มมากขึ้นที่สนับสนุนการใช้ CBD ในการบรรเทาอาการปวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาการปวดที่เกิดจากระบบประสาท นอกจากนี้ CBD ยังถูกใช้เพื่อช่วยควบคุมอาการชักในสุนัขอีกด้วย การใช้ น้ำมัน CBD ในการรักษาสุขภาพประจำวันของสุนัขกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น และเจ้าของสุนัขหลายคนยืนยันว่าพวกเขาเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนในสุขภาพของสุนัข เช่น การรักษาอาการอักเสบ ปัญหาหัวใจ อาการคลื่นไส้ เบื่ออาหาร และความวิตกกังวล ทั้งในการจัดการความวิตกกังวลในชีวิตประจำวันและการรักษาความวิตกกังวลในระยะสั้น เช่น ระหว่างการเดินทางหรือเสียงจากการเฉลิมฉลองในวันชาติอเมริกา (Fourth of July)

ความวิตกกังวลเรื้อรังในสุนัขไม่เพียงแต่ทำให้สุนัขทุกข์ทรมานในขณะนั้น แต่ยังอาจส่งผลกระทบระยะยาวที่รุนแรง เช่น ปัญหาหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง ความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยสูงขึ้น และอายุขัยที่สั้นลง CBD สามารถสร้างผลในการผ่อนคลายได้ และสำหรับสุนัขหลายตัวที่มีอาการวิตกกังวลเรื้อรัง น้ำมัน CBD สามารถมอบการพักผ่อนและบรรเทาที่จำเป็นอย่างมาก ซึ่งอาจส่งผลให้สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีโดยรวมของสุนัขดีขึ้น

ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

เช่นเดียวกับการรักษาสุขภาพทุกประเภท ผู้ใช้ต้องพิจารณาประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นเทียบกับความเสี่ยงหรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น สิ่งสำคัญที่ต้องทราบคือ ตลาด CBD ยังค่อนข้างใหม่และยังไม่มีการควบคุมหรือทดสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ดังนั้นเมื่อซื้อ น้ำมัน CBD สำหรับสัตว์เลี้ยง เจ้าของสุนัขหลายคนอาจไม่แน่ใจในคุณภาพของผลิตภัณฑ์ สิ่งที่ควรพิจารณาคือ: ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดีหรือไม่? มีสารพิษเจือปนหรือเปล่า? น้ำมัน CBD ได้รับการผสมสูตรอย่างถูกต้องหรือไม่? หรือน้ำมันนั้นมี CBD จริง ๆ หรือไม่? วิธีง่ายที่สุดในการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเหล่านี้คือการปรึกษาสัตวแพทย์และซื้อน้ำมันโดยตรงจากสัตวแพทย์ เพื่อให้คุณและสัตวแพทย์สามารถวางแผนการใช้น้ำมัน CBD อย่างสม่ำเสมอและแม่นยำ รวมถึงการตรวจสอบขนาดยาที่เหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ

ผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ อาการปากแห้ง (ซึ่งจะทำให้สุนัขกระหายน้ำมากขึ้น) ความดันโลหิตต่ำ (ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการเวียนศีรษะ) และอาการง่วงซึม เนื่องจากการรักษาความวิตกกังวลของสุนัขด้วย CBD ยังค่อนข้างใหม่ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องระมัดระวังผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ควรเริ่มต้นด้วยขนาดยาที่น้อยที่สุดและติดตามอาการของสัตว์เลี้ยงอย่างใกล้ชิดเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอาการแพ้หรือผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

แผนการรักษาที่สมดุล

ความวิตกกังวลในสุนัขอาจเกิดจากปัจจัยภายในและภายนอก ดังนั้นเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มีความรับผิดชอบควรพัฒนาแผนการรักษาที่สมดุล เช่น

กำจัดสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียด

มีเสียงโทรทัศน์ดังรบกวนตลอดเวลาหรือไม่? เครื่องดูดฝุ่นทำให้สุนัขเกิดความวิตกกังวลหรือเปล่า? หรือการเห็นบุรุษไปรษณีย์ทำให้สุนัขของคุณกระวนกระวายหรือไม่? สุนัขของคุณพึ่งพาคุณในการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและปราศจากสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียดให้มากที่สุด ดังนั้นควรนำสิ่งต่าง ๆ ในสภาพแวดล้อมที่อาจทำให้สุนัขรู้สึกเครียดออกไป

สร้างพื้นที่ปลอดภัย

แน่นอนว่าคุณไม่สามารถบอกบุรุษไปรษณีย์ไม่ให้มาส่งจดหมาย หรือควบคุมไม่ให้พายุฝนฟ้าคะนองมาได้ แต่คุณสามารถจัดเตรียมพื้นที่ที่ปลอดภัยในบ้านให้สุนัขของคุณได้ โดยเลือกห้องเล็ก ๆ (เช่น ห้องน้ำหรือห้องซักผ้า) ที่อยู่ไกลจากทางเข้าหลักของบ้าน และจัดเตรียมเตียงที่นุ่มสบาย รวมถึงอาหาร น้ำ ขนม และของเล่นให้เพียงพอ พื้นที่นี้ควรรู้สึกเหมือนเป็นที่ปลอดภัยที่สุนัขสามารถถอยกลับไปได้เมื่อต้องเผชิญกับความวิตกกังวล

เริ่มแผนการออกกำลังกาย

เช่นเดียวกับคน สัตว์ก็ต้องการโอกาสในการลดความเครียดผ่านการออกกำลังกายเช่นกัน แม้ว่าจะเป็นเพียงการเดินเล่นรอบ ๆ บล็อกในตอนเช้าและเย็นก็ตาม หากไม่มีการออกกำลังกายเป็นประจำ ความเครียดจะสะสมและแสดงออกมาเป็นความตึงเครียด ซึ่งอาจนำไปสู่อาการปวดเรื้อรัง ปัญหาทางเดินอาหาร และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ

เสริมโภชนาการที่แท้จริง

หากเราเติมอาหารขยะเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง ร่างกายก็จะขาดพลังงานที่จำเป็นในการต่อสู้กับโรคและความเครียด เช่นเดียวกับที่เราต้องรักษาอาหารที่สมดุลและมีคุณค่าทางโภชนาการ สุนัขก็ต้องการอาหารที่มีคุณค่าและครบถ้วนเช่นกันเพื่อมีชีวิตที่สุขภาพดีและสามารถต่อสู้กับโรคและความวิตกกังวลได้ ลองใช้ Wellness CORE ซึ่งเป็นอาหารที่สมดุลและมีโปรตีนสูง Wellness CORE ไม่มีสารเติมแต่ง มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสมแรก เป็นอาหารสูตรปราศจากธัญพืช (Grain-Free) และสูตร Wellness CORE เป็นอาหารจากธรรมชาติ ปราศจากสี กลิ่น และสารกันบูดที่สังเคราะห์ ส่วนผสมอย่างเช่นเนื้อไก่ ไก่งวงและปลาแซลมอนก็สามารถช่วยต่อสู้กับความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

น้ำมัน CBD สำหรับความวิตกกังวลของสุนัขอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับเพื่อนขนฟูของคุณ หรืออาจมีตัวเลือกอื่นที่เหมาะสมกว่า เมื่อคุณได้กำจัดสิ่งที่ทำให้เกิดความเครียด จัดเตรียมพื้นที่ที่ปลอดภัย และให้สุนัขได้รับอาหารที่เหมาะสมและการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอ แต่สุนัขของคุณยังคงมีอาการวิตกกังวลอยู่ ควรปรึกษาสัตวแพทย์เกี่ยวกับตัวเลือกการรักษา สุนัขไม่ควรต้องทนทุกข์กับความวิตกกังวลอีกต่อไป ดังนั้น ควรหาวิธีการที่เหมาะสมสำหรับคุณและเพื่อนสุนัขของคุณโดยเร็วที่สุด


 

แมวของคุณขี้เกียจเกินไปหรือเปล่า? 5 วิธีในการกระตุ้นจิตใจและร่างกายของแมว

แมวนอนหลับบ่อย แต่การนอนเป็นเวลานานอาจเป็นเพราะเบื่อนั่นเอง แม้จะแตกต่างจากความเชื่อที่ว่าแมวไม่สนใจใครและเป็นอิสระ แต่จริงๆ แล้วพวกมันชอบมีปฏิสัมพันธ์กับคนที่พวกมันรัก ต่อไปนี้คือวิธีแก้ไขง่ายๆ ที่จะช่วยกระตุ้นทั้งจิตใจและร่างกายของเจ้าเหมียวของคุณ และในขณะเดียวกันยังช่วยเพิ่มช่วงเวลาคุณภาพระหว่างคุณกับแมวของคุณด้วย

1. ทริคและขนมรางวัล

เชื่อหรือไม่ว่า แมวก็ยอมทำเพื่อคำชมและขนมรางวัลแสนอร่อยเช่นกัน ดังนั้นการฝึกด้วยคลิกเกอร์จึงใช้ได้ผลดีกับแมว

มาเริ่มด้วยคำสั่ง “นั่ง” กันเถอะ

ถือขนมไว้ต่ำเหนือศีรษะของแมว โดยให้ไกลพอที่แมวต้องนั่งลงเพื่อจะเอื้อมถึง แล้วให้พูดคำว่า “นั่ง” และเมื่อแมวนั่งลง ให้คำชมเยอะๆ และแน่นอนว่าอย่าลืมให้ขนมด้วย!

การสอนให้แมวนั่งตามคำสั่งเป็นข้อดีที่จะทำให้รอได้อย่างอดทนเมื่อถึงเวลามื้ออาหาร แทนที่จะเดินวนรอบขาของคุณและเข้าไปขวางทางคุณ ด้วยวิธีนี้ คุณจะได้ใช้เวลาที่ดีร่วมกันร่วมกันในช่วงมื้ออาหาร แมวเป็นสัตว์ที่เรียนรู้ได้เร็ว และการฝึกซ้ำๆ จะทำให้นั่งตามคำสั่งได้โดยไม่ต้องมีขนมรางวัลในไม่ช้า

ไฮไฟว์กับเจ้าเหมียว

cat giving a high five

Photo by Jonas Vincent on Unsplash


เมื่อแมวนั่งตามคำสั่งได้แล้ว คุณสามารถไปยังทริคง่ายๆ นี้ต่อได้ ซึ่งรับรองว่าจะทำให้ทุกคนประทับใจแน่นอน

ในการสอนทริคไฮไฟว์ “ตบมือ” ให้คุณขยับนิ้วของคุณและยื่นมือไปข้างหน้าอุ้งเท้าของแมวบนพื้น เมื่อแมวตบมือคุณด้วยอุ้งเท้า ให้คลิกที่คลิกเกอร์จากนั้นจึงให้ขนม

เมื่อแมวตบมือคุณที่ขยับไปมาอย่างสม่ำเสมอแล้ว ค่อยๆ ยกมือขึ้นจากพื้นจนถึงระดับความสูงที่พอดีกับไหล่ของแมว เมื่อแมวยกอุ้งเท้าขึ้น ให้คุณยื่นมือไปรับในทิศทางที่อุ้งเท้ากำลังเคลื่อนมา และคลิกทันทีที่อุ้งเท้าสัมผัสมือของคุณ

จากนั้นขยับมือของคุณเล็กน้อยเพื่อให้แมวต้องเล็งอุ้งเท้าไปที่มือของคุณเพื่อให้ได้คลิกและรับขนม สุดท้าย ให้เพิ่มคำสั่ง เช่น “ไฮไฟว์” หรือ “ยกอุ้งเท้า” เมื่อคุณยื่นมือออกไป คลิกแล้วให้ขนม

การเลือกขนมที่แมวชื่นชอบจะเป็นแรงจูงใจเพิ่มเติมอย่างแน่นอน เตรียมขนม Wellness Kittles ที่เธอชอบให้พร้อม ขนมเหล่านี้เป็นธรรมชาติทั้งหมด ปราศจากธัญพืช กรอบ และมีเพียง 2 แคลอรี่ต่อชิ้น จึงเหมาะสำหรับการฝึกฝน รสชาติต่างๆ ได้แก่ ไก่ เป็ด ทูน่า แซลมอน ไก่งวง และปลาขาว ทั้งหมดนี้ยังมีแครนเบอร์รี่ที่ดีต่อสุขภาพด้วย

การฝึกด้วยคลิกเกอร์สามารถใช้สอนแมวให้เล่นทริคสนุกๆ ได้ทุกประเภท รวมถึงการเล่นเพลง “Three Blind Mice” บนเปียโนด้วย เพราะนี่เป็นวิธีที่ดีในการใช้เวลาดีๆ ร่วมกัน

และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฝึกแมวเมื่อยังเด็ก ให้แมวของคุณทานอาหารเม็ด Wellness CORE สูตร Kitten ด้วย

2. ให้การล่าในบ้านเริ่มขึ้นได้เลย

แมวในธรรมชาติมักล่าสัตว์และทำงานเพื่อหาอาหาร ดังนั้น ให้คุณจัดการล่าสมบัติในบ้านของคุณโดยซ่อนขนมและของเล่นที่เต็มไปด้วยแคทนิปหรือของเล่นแบบคิกเกอร์ในที่ต่างๆ รวมทั้งของเล่นที่กลิ้งและขยับได้ เพื่อให้แมวของคุณมีอะไรให้ค้นหาในเวลาว่าง นี่เป็นวิธีที่ดีในการป้องกันความเบื่อและทำให้แมวยังคงสนใจและอยู่ในโหมด “ล่า” โดยเฉพาะเมื่อพวกมันอยู่บ้านตามลำพัง
 
ยังมีของเล่นปริศนาสำหรับแมวและลูกบอลใส่ขนมที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ซึ่งเหมาะสำหรับการซ่อนขนมอร่อยๆ และให้การกระตุ้นที่ยอดเยี่ยมในขณะที่แมวพยายามหาวิธีเอาขนมออกมา

อาหารเม็ดแมว Wellness CORE สูตร Original ซึ่งจะช่วยให้แมวมีความแข็งแรง กล้ามเนื้อแน่น เหมาะที่น้องแมวจะใช้พลังงานในการเป็นนักล่า

3. เล่นสนุกด้วยของเล่นแบบไม้มีสาย

การเล่นกับของเล่นไม้มีสายเป็นวิธีที่ดีในการกระตุ้นแมวของคุณและใช้เวลาที่ดีร่วมกับแมวด้วย ให้คุณเล่นกับแมวด้วยของเล่นไม้มีสาย โดยต้องแน่ใจว่าคุณแกว่งไปข้างๆ เหมือนลูกตุ้มเสมอ เพื่อไม่ให้แมวสามารถตะครุบมาข้างหน้าและข่วนคุณโดยไม่ตั้งใจ ของเล่นไม้ควรมีน้ำหนักเบาเพื่อให้คุณเล่นได้อย่างง่ายดาย แมวมักจะสนใจของเล่นที่มีแมลงเหมือนจริงหรือสัตว์ขนฟูที่ปลายไม้ เกมไม่จำเป็นต้องลอยอยู่ในอากาศเสมอไป หลายตัวชอบดูของเล่นที่ลากไปตามพื้นเพื่อให้พวกมันได้ตะครุบ เมื่อเธอตะครุบสัตว์ที่อยู่ใต้เท้าได้แล้ว ให้คุณกระตุกเชือกเบาๆ เพื่อให้มันขยับ เมื่อแมวปล่อยของเล่นออก คุณก็แกว่งของเล่นขึ้นไปในอากาศเพื่อเริ่มเกมอีกครั้ง บ่อยครั้งที่แมวจะคาบของเล่นไม้ (จากปลายที่มีของเล่น) และนำมาหาคุณเพื่อชวนเล่นเกมต่อ ถ้าคุณโยนมันไปในระยะสั้นๆ คุณสามารถกระตุ้นให้แมววิ่งไล่จับและคาบมันกลับมาเพื่อเล่นต่อได้

4. ห้องที่มีวิว

cat looking out the window

Photo by Stephanie Harvey on Unsplash


ไม่มีอะไรดีไปกว่าคอนโดแมวสูงๆ ที่วางอย่างมีกลยุทธ์ใกล้หน้าต่าง เพื่อให้แมวของคุณสนุกกับการสังเกตกิจกรรมภายนอก ไม่ว่าจะเป็นนกบินผ่าน ผู้คนเดินผ่าน หรือแม้แต่รถที่วิ่งไปมา นอกจากวิวภายนอกแล้ว แมวยังชอบพื้นที่แนวตั้งเพราะมันเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ให้พวกมันได้สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นในห้อง รวมถึงเป็นที่หลบพักจากสัตว์เลี้ยงตัวอื่นๆ ในบ้านเพื่อการงีบหลับด้วย

อาหารเม็ดแมว Wellness CORE สูตร Indoor ซึ่งจะช่วยให้แมวมีสุขภาพข้อต่อที่ดี เวลากระโดดขึ้นและลงตอนเข้าคอนโดแมว

5. การเดินด้วยสายจูงกับรถเข็นแมว

cat on leash

Photo by Emily Nettleton on Unsplash

การฝึกแมวให้เดินด้วยสายจูงเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเพิ่มความหลากหลายให้กับชีวิตของแมว โดยให้แมวได้เพลิดเพลินกับวิวและเสียงของธรรมชาติภายนอกอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังเป็นวิธีที่ดีในการเพิ่มการออกกำลังกายของแมวด้วย

อย่างไรก็ตาม บุคลิกของแมวจะมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจว่าพร้อมสำหรับความท้าทายในการสัมผัสอากาศบริสุทธิ์หรือไม่ แมวที่ชอบผจญภัยมักจะยินดีที่จะออกไปดมกลิ่นรอบๆ ข้างนอก และอาจหยุดนอนเพื่อสำรวจสภาพแวดล้อม ในขณะที่แมวที่ขี้ตกใจอาจต่อต้าน โดยชอบชมวิวจากคอนโดแมวแทน นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับย่านที่คุณอาศัยอยู่ด้วย หากเส้นทางเดินเต็มไปด้วยสุนัข หรือคุณอาศัยอยู่ในย่านที่มีโคโยตี้เดินเพ่นพ่านแม้ในเวลากลางวัน ให้พิจารณารถเข็นแมวเป็นทางเลือกสำหรับการออกนอกบ้าน 

อาหารเม็ดแมว Wellness CORE สูตร Adult : Turkey & Duck ซึ่งจะช่วยให้แมวมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ทนต่อสภาพภายนอกได้เป็นอย่างดี 

รถเข็นแมวเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการเปลี่ยนบรรยากาศ คุณสามารถหยุดและนั่งบนม้านั่ง ปล่อยให้แมวของคุณนั่งดูสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ แมวที่ได้รับอนุญาตให้ออกไปข้างนอกตามลำพัง มักจะไปนั่งเล่นใต้พุ่มไม้เพื่อเฝ้าดูแมลง ผีเสื้อ และนกจากจุดนี้ และพวกมันก็สามารถทำสิ่งเดียวกันได้จากความสะดวกสบายและความปลอดภัยของรถเข็นแมว

นี่ก็เป็นวิธีที่ดีในการให้คุณได้ใช้เวลากับแมวของคุณและออกไปข้างนอกด้วยกัน!

8 เคล็ดลับการถ่ายภาพยอดนิยมสำหรับการถ่ายรูปสัตว์เลี้ยง

ด้วยปัจจุบันมีผู้คนจำนวนมากที่มีบัญชีโซเชียลมีเดียสำหรับสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น รวมถึงความท้าทายในการถ่ายภาพและวิดีโอบนโซเชียลมีเดีย สุนัขและแมวจึงกลายเป็นดาราอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น หากคุณกำลังวางแผนที่จะเข้าร่วมสนุกนี้ หรือแค่ต้องการถ่ายภาพสวยๆ สำหรับอัลบั้มครอบครัว นี่คือเคล็ดลับการถ่ายภาพที่จะช่วยให้คุณเก็บภาพความบันเทิงที่น่าจดจำได้ ก่อนเริ่ม อย่าลืมเตรียมขนมไว้ให้พร้อมเพื่อเป็นรางวัลอร่อยๆ สำหรับความพยายามของพวกมัน!

1. เตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนไหว

สมาร์ทโฟนมีฟีเจอร์ถ่ายภาพ แก้ไข และปรับแต่งที่ซับซ้อนมาก ดังนั้นจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะเตรียมกล้องให้พร้อมอยู่เสมอเพื่อจับภาพพฤติกรรมตลกๆ ของสัตว์เลี้ยง จากนั้นครอบตัดและปรับแต่งก่อนโพสต์ การรู้จักการตั้งค่าของโทรศัพท์ ตั้งแต่โหมดถ่ายภาพบุคคลไปจนถึงพาโนรามา และฟีเจอร์แสงพื้นฐานเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

เริ่มต้นด้วยการให้สุนัขของคุณทานอาหารเม็ดสุนัข Wellness CORE สูตร Puppy เพื่อเพิ่มพัฒนาการที่ดีให้กับลูกสุนัขของคุณให้เติบโตอย่างสมบูรณ์ และเรียนรู้สิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็วด้วย DHA ที่อยู่ในอาหาร

dog with camera phone

2. พื้นหลังที่ช่วยเสริมความโดดเด่น

หากคุณกำลังวางแผนถ่ายรูปกับสุนัขหรือแมวของคุณ ควรรักษาพื้นที่ให้ปราศจากสิ่งรกรุงรัง และหากคุณวางแผนที่จะใช้วัสดุพื้นหลังหรือผ้าคลุม เลือกสิ่งที่ช่วยขับสีขนของสัตว์เลี้ยงให้ดูโดดเด่นที่สุด หากเป็นไปได้ ให้ “ตกแต่ง” สถานที่ที่พวกมันชอบงีบและรู้สึกสบาย แทนที่จะพยายามล่อพวกมันไปยังพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยในบ้านของคุณ

เสริมความโดดเด่นให้สุนัขของคุณด้วยอาหารเม็ดสุนัข Wellness CORE สูตร Original ที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อทำให้สุนัขดูสง่า และเตรียมพร้อมกับกิจกรรมต่างๆ ด้วยพลังงานที่เต็มเปี่ยม และสูตร Ocean ที่จะทำให้ผิวหนังมีสุขภาพที่ดี มีขนที่เงางาม นุ่ม สวยงาม ด้วย Omega 3, 6 ที่สูงมากและมีอยู่ในอาหารทุกเม็ด ช่วยขับสีขนทำให้ถ่ายรูปสุนัขของคุณออกมาได้อยากสวยงาม

3. สร้างสรรค์มุมมองจากระดับพื้น

dachshund posing for the camera

ลงไปที่ระดับสายตาของสัตว์เลี้ยงของคุณ แม้ว่าจะต้องนอนลงบนพื้นก็ตาม นี่เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการเรียนรู้เกี่ยวกับโลกของสัตว์เลี้ยงจากมุมมองของพวกมัน แม้ว่าสุนัขหรือแมวของคุณจะไม่มองตรงไปที่เลนส์ก็ตาม เพียงแค่ถ่ายภาพไปเรื่อยๆ แล้วคุณจะประหลาดใจกับอารมณ์และท่าทางที่สามารถจับภาพได้

นอกจากนี้ ลองมุมถ่ายภาพที่น่าสนใจด้วยการเคลื่อนไหวไปรอบๆ ยืนบนเก้าอี้แล้วถ่ายจากมุมบนลงมาด้านล่าง หรือนอนหงายและพยายามจับภาพแมวของคุณที่มองลงมาจากขอบคอนโดแมว ลองทั้งการถ่ายภาพแนวตั้งและแนวนอน และถ้าคุณมีโต๊ะท็อปกระจก (โดยคำนึงถึงน้ำหนักของสัตว์เลี้ยงเพื่อความปลอดภัย) ให้ลองวางแมวหรือสุนัขตัวเล็กบนโต๊ะ แล้วนอนข้างใต้เพื่อถ่ายรูป

การวางตำแหน่งแมวหรือสุนัขตัวโปรดของคุณให้อยู่ที่หนึ่งในสามหรือสองในสามของหน้าจอ จะช่วยสร้างองค์ประกอบที่น่าสนใจได้ในทันที

อาหารเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังงานให้กับเจ้าตัวเล็กที่มีความกระตือรือร้นสูงที่ขาดไม่ได้เลย อาหารเม็ดสุนัข Wellness CORE สูตร Small Breed Original ที่จะทำให้เจ้าตัวเล็กของคุณรับมือได้กับทุกสถานะการณ์และปราศจากคราบน้ำตา เมื่อเวลาถ่ายรูปทำให้สุนัขของคุณดูสดใสมีชีวิตชีวา

4. ใช้แสงให้เป็นประโยชน์

อย่างที่ช่างภาพมืออาชีพยืนยัน การถ่ายภาพที่ดีขึ้นอยู่กับแสง หากแมวของคุณใช้ชีวิตในบ้าน ลองจัดตำแหน่งให้อยู่ในจุดที่มีแสงธรรมชาติส่องถึง อย่างไรก็ตาม อย่าวางแมวไว้ตรงหน้าต่างโดยตรง เพราะจะทำให้ใบหน้ากลายเป็นเงาดำ และควรระวังว่าแฟลชอาจทำให้ตาแมวเป็นสีเขียว ซึ่งคล้ายกับตาแดงในมนุษย์

หากแมวของคุณได้รับการฝึกให้เดินด้วยสายจูงและคุณสามารถพาออกไปข้างนอกเพื่อถ่ายภาพได้ แสงที่ดีที่สุดคือวันที่มีเมฆสว่าง เพราะจะไม่มีเงามาบดบังภาพถ่ายของคุณ การวางแผนถ่ายภาพในช่วงเช้าตรู่หรือช่วงบ่ายแก่ๆ ก็ใช้ได้ดีด้วยเหตุผลคล้ายกัน หากมีแสงแดดส่อง ให้พยายามให้แสงอยู่ข้างหลังคุณ การใช้แฟลชกลางแจ้งก็ช่วยได้เช่นกัน เพราะจะช่วยลบเงาได้

พาสุนัขของคุณเดินถ่ายรูปอยได้อย่างไร้ปัญหาด้วยอาหารเม็ดสุนัข Wellness CORE สูตร Senior ที่มีกลูโคซามีนและคอนดอยตินที่สูง ซึ่งช่วยบำรุงข้อต่อและเส้นเอ็นให้กับสุนัขของคุณสามารถเดินและวิ่งได้อย่างมั่นใจ เพื่อภาพที่คุณต้องการ

และอีกทางเลือกหนึ่งเมื่อคุณถ่ายภาพพาสุนัขออกเดินกำลังกาย ด้วยรูปร่างและน้ำหนักที่บาลานซ์ทำให้รูปสุนัขออกมาสวยงาม เมื่อได้ทานอาหารเม็ดสุนัข Wellness CORE สูตร Reduced Fat ที่มีไขมันเพียงแค่ 10% ซึ่งช่วยคุมน้ำหนักได้ดี

 

5. ขนม ขนม และอุปกรณ์ประกอบฉาก…

เพื่อจับภาพที่น่าสนใจจริงๆ อย่าลืมเตรียมขนมอร่อยๆ ไว้ใกล้ตัว เพื่อใช้เป็นรางวัลแสนอร่อย แมวจะเพลิดเพลินกับขนม Wellness Kittles ขนมแมวที่เป็นธรรมชาติ ปราศจากธัญพืช และกรุบกรอบ โดยมีเพียง 2 แคลอรี่ต่อชิ้น Kittles มีให้เลือก 6 รสชาติ ได้แก่ ไก่ ไก่งวง ปลาขาว แซลมอน ทูน่า และเป็ด ซึ่งทั้งหมดนี้ยังมีแครนเบอร์รี่ที่ดีต่อสุขภาพด้วย

สุนัขชอบขนมเนื้อนุ่มอย่าง WellBites หรือขนมอบกรอบอย่าง WellBars ซึ่งเป็นขนมที่ดีต่อสุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยง มีให้เลือกหลากหลายรสชาติยอดนิยม เช่น ไก่กับชีสเชดดาร์ และถั่วลิสงกับน้ำผึ้ง

6. ความรักอยู่ในเนยถั่ว

การใส่แคทนิปรอบเลนส์กล้องของคุณจะช่วยดึงดูดความสนใจของแมวให้เข้ามาใกล้สำหรับการถ่ายภาพระยะใกล้ที่สนุกสนานและแปลกใหม่ และถ้าคุณมีสัตว์เลี้ยงสองตัวที่เข้ากันได้ดี ให้ลองถูเนยหรือเนยถั่วเล็กน้อยไว้หลังหูของสัตว์เลี้ยงที่ให้ความร่วมมือมากกว่า และกระตุ้นให้อีกตัวพยายามเลียออก ทำให้ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังจูบและกอดกัน

7. สัตว์เลี้ยงของคุณจะเป็นดาราวิดีโอคนต่อไปหรือไม่?

สมาร์ทโฟนมีความสามารถในการสร้างวิดีโอคุณภาพเยี่ยมเช่นกัน โซเชียลมีเดียได้มอบแพลตฟอร์มให้สัตว์เลี้ยงได้แบ่งปันความคิดเห็นของพวกมัน และมันก็สนุกที่จะสร้างวิดีโอสุนัขพูดในรูปแบบประกาศบริการสาธารณะ เช่น Pluto the Schnauzer ที่ใช้ช่อง YouTube ของเธอในการให้คำแนะนำมนุษย์เกี่ยวกับการรับมือกับปัญหาโคโรนาไวรัส

มีแอปพลิเคชันและซอฟต์แวร์วิดีโอที่ออกแบบมาเพื่อสร้างวิดีโอสนุกๆ แบบนี้ อีกทางเลือกหนึ่ง คุณสามารถสร้างสรรค์ด้วยการถ่ายวิดีโอแมวของคุณร้องเมี้ยวๆ หรือสุนัขของคุณเคี้ยวหรือเห่าเป็นเวลา 15-20 นาที จากนั้นอัปโหลดฟุตเทจไปยังโปรแกรมตัดต่อวิดีโอบนคอมพิวเตอร์ของคุณ แล้วเลือกช่วงที่ดีที่สุด 1-3 นาที เขียนสคริปต์สั้นๆ แล้วเพิ่มลงในฟุตเทจโดย “ยืดฟุตเทจ” ออกเป็นวินาทีต่อวินาทีในกระบวนการตัดต่อ และใช้ไมโครโฟนของคอมพิวเตอร์บันทึกเสียงของคุณลงบนฟุตเทจ

8. รับความท้าทาย

มีความท้าทายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงมากมายที่กำลังแพร่หลายในโซเชียลมีเดีย ล่าสุดคือความท้าทายแมว vs. สุนัขที่กลายเป็นไวรัล ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแมวและสุนัขรับมือกับสิ่งกีดขวางที่อยู่ตรงหน้าอย่างแตกต่างกันอย่างไร

และแน่นอนว่าเรายินดีที่จะเห็นความคิดสร้างสรรค์ของคุณกับเหล่าสัตว์เลี้ยงขนฟูของคุณที่กำลังเพลิดเพลินกับขนมหรืออาหารโปรดของพวกเขา อย่าลืมแชร์รูปภาพของคุณกับเราโดยติดแท็ก #wellnesspetfoodthailand และ @#wellnesspetfoodthailand เพื่อรับโอกาสที่จะได้แสดงบนเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดียของเรา!

 

ทำไมแมวของคุณถึงมีอาการท้องเสีย(และอาหารที่จะช่วยได้)

แมวของเรานำความสุขมาให้เราอย่างมากมาย แต่ส่วนผสมบางอย่างในอาหารของพวกมันอาจทำให้พวกมันไม่สบายใจได้ แมวที่มีกระเพาะอาหารบอบบางอาจมีอาการแพ้หรือไม่ทนต่ออาหาร ซึ่งมาจากการให้อาหารหรือส่วนผสมเดิมๆ ซ้ำๆ และอาหารบางอย่างอาจมีความเข้มข้นเกินไปสำหรับแมวที่จะทำอาเจียนหลังจากกินอาหาร

แมวบางสายพันธุ์มีความเสี่ยงสูงต่อการแพ้และความไวต่ออาหารมากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ แมวของคุณอาจประสบกับการแพ้ทั้งจากสิ่งที่สูดดมและการแพ้อาหารไปพร้อมกัน ตัวอย่างเช่น แมวสายพันธุ์สยามหรือแมวลูกผสมสายพันธุ์สยามมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมสูงที่จะเกิดอาการแพ้อาหาร

อาการแพ้อาหารของแมว

แล้วอาการแพ้อาหารในแมวเป็นอย่างไร? โดยปกติแล้วการแพ้อาหารมักส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการเลียขนมากขึ้น คันเรื้อรัง และปัญหาผิวหนังอื่นๆ แมวของคุณอาจเลียขนจนผิวหนังแตกหรือถึงขั้นดึงขนของตัวเองออก

อาการของการแพ้อาหารในแมว

อาการแพ้อาหารมีลักษณะแตกต่างกันเล็กน้อย โดยมักจะทำให้แมวอาเจียนและ/หรือท้องเสีย อาการแพ้อาหารอาจแสดงออกมาโดยแมวอาเจียนหลังกินอาหาร (ควรไปพบสัตวแพทย์เสมอหากแมวของคุณมีอาการใหม่หรืออาการรุนแรงอื่นๆ)

หากคุณสังเกตเห็นว่าแมวของคุณมีกระเพาะที่อ่อนไหวหรือมีอาการแพ้หรือไม่สามารถทนต่ออาหารชนิดอื่นได้ และคุณต้องการที่จะหาสาเหตุ ขั้นแรกควรเริ่มต้นด้วยการดูอาหารที่พวกมันกิน

มาดูกันว่าอาหาร 5 อันดับแรกที่มักเป็นสาเหตุของอาการแพ้ในแมวมีอะไรบ้าง

อาการแพ้อาหารที่พบบ่อยที่สุดในแมว ได้แก่:

  • เนื้อวัว
  • เนื้อไก่
  • เนื้อปลา
  • ผลิตภัณฑ์จากนม
  • ไข่

(สารกันบูดหรือสารเติมแต่งบางชนิดอาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน)

ส่วนผสมเหล่านี้เป็นส่วนผสมที่พบได้ทั่วไปมาก ซึ่งน่าเสียดายที่เป็นสาเหตุว่าทำไมส่วนผสมเหล่านี้จึงมักก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ สิ่งสำคัญคือต้องให้แมวของคุณได้รับอาหารที่สมดุลและมีความหลากหลาย การให้ทั้งอาหารเปียกและอาหารแห้ง รวมถึงการหมุนเวียนโปรตีนจะช่วยให้แมวของคุณไม่เกิดอาการแพ้เหล่านี้

แมวอาจมีอาการแพ้อาหารที่มาคู่กับอาการแพ้จากสิ่งแวดล้อม เช่น ละอองเกสรตามฤดูกาล ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องระบุสาเหตุที่แน่ชัดของอาการของแมวของคุณ

การรับประทานอาหารเพื่อกำจัดสารพิษ

การหาส่วนผสมที่กระตุ้นให้แมวของคุณมีปฏิกิริยาตอบสนองต่ออาการแพ้สามารถทำได้โดยการกำจัดส่วนผสมเหล่านี้ออกไป โดยให้แมวของคุณกินอาหารชนิดใหม่ที่ไม่มีโปรตีนใดๆ ที่เคยกินมาก่อน เมื่อคุณระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้แล้วและพบอาหารที่ได้ผลและช่วยบรรเทาอาการของแมวของคุณได้แล้ว คุณควรให้แมวของคุณกินอาหารชนิดนั้นต่อไปประมาณ 6 ถึง 8 สัปดาห์ เพื่อให้แน่ใจว่าอาการต่างๆ จะไม่กลับมาอีกและไม่มีอาการใหม่ๆ เกิดขึ้น อย่าลืมปรึกษาสัตวแพทย์ของคุณอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้

คุณภาพทำให้เกิดความแตกต่าง

หากแมวของคุณมีกระเพาะอาหารที่อ่อนไหว สิ่งสำคัญคือต้องให้อาหารที่มีส่วนผสมคุณภาพสูงซึ่งทำจากเนื้อสัตว์แท้หรือโปรตีนทางเลือก รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุในปริมาณที่เหมาะสม เช่น ผักหรือธัญพืชไม่ขัดสี นอกจากนี้ อย่าลืมเลือกยี่ห้อที่ไม่ใส่สารตัวเติมหรือสารกันบูดที่ไม่จำเป็นในอาหารแมว เพราะสารเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้

อาหารแมว Wellness CORE ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงและเป้นเนื้อสัตว์จริงๆ โดยจะแจ้งให้คุณทราบอย่างชัดเจนว่าแต่ละคำที่แมวทานมีส่วนผสมอะไรบ้าง อาหารที่เหมาะสมจะช่วยปรับปรุงการทำงานของระบบย่อยอาหารของแมว รวมถึงคุณภาพชีวิตของแมวด้วย

หากคุณมีแมวที่มีกระเพาะอ่อนไหว นี่คืออาหารดีๆ บางส่วนที่เราแนะนำ:

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมของไก่

หากแมวของคุณมีอาการแพ้หรือไม่สามารถย่อยไก่ได้ อาหารแห้ง Wellness CORE Indoor : Ocean เป็นตัวเลือกที่ดีเพราะปราศจากไก่โดยสิ้นเชิง

ลองไก่งวงดูสิ

หากแมวของคุณมีปัญหาในการย่อยอาหาร เราขอแนะนำ

แมวของเรานำความสุขมาให้เราอย่างมากมาย แต่ส่วนผสมบางอย่างในอาหารของพวกมันอาจทำให้พวกมันไม่สบายใจได้ แมวที่มีกระเพาะอาหารบอบบางอาจมีอาการแพ้หรือไม่ทนต่ออาหาร ซึ่งมาจากการให้อาหารหรือส่วนผสมเดิมๆ ซ้ำๆ และอาหารบางอย่างอาจมีความเข้มข้นเกินไปสำหรับแมวที่จะทำอาเจียนหลังจากกินอาหาร

แมวบางสายพันธุ์มีความเสี่ยงสูงต่อการแพ้และความไวต่ออาหารมากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ แมวของคุณอาจประสบกับการแพ้ทั้งจากสิ่งที่สูดดมและการแพ้อาหารไปพร้อมกัน ตัวอย่างเช่น แมวสายพันธุ์สยามหรือแมวลูกผสมสายพันธุ์สยามมีความเสี่ยงทางพันธุกรรมสูงที่จะเกิดอาการแพ้อาหาร

อาการแพ้อาหารของแมว

แล้วอาการแพ้อาหารในแมวเป็นอย่างไร? โดยปกติแล้วการแพ้อาหารมักส่งผลให้เกิดพฤติกรรมการเลียขนมากขึ้น คันเรื้อรัง และปัญหาผิวหนังอื่นๆ แมวของคุณอาจเลียขนจนผิวหนังแตกหรือถึงขั้นดึงขนของตัวเองออก

อาการของการแพ้อาหารในแมว

อาการแพ้อาหารมีลักษณะแตกต่างกันเล็กน้อย โดยมักจะทำให้แมวอาเจียนและ/หรือท้องเสีย อาการแพ้อาหารอาจแสดงออกมาโดยแมวอาเจียนหลังกินอาหาร (ควรไปพบสัตวแพทย์เสมอหากแมวของคุณมีอาการใหม่หรืออาการรุนแรงอื่นๆ)

หากคุณสังเกตเห็นว่าแมวของคุณมีกระเพาะที่อ่อนไหวหรือมีอาการแพ้หรือไม่สามารถทนต่ออาหารชนิดอื่นได้ และคุณต้องการที่จะหาสาเหตุ ขั้นแรกควรเริ่มต้นด้วยการดูอาหารที่พวกมันกิน

มาดูกันว่าอาหาร 5 อันดับแรกที่มักเป็นสาเหตุของอาการแพ้ในแมวมีอะไรบ้าง

อาการแพ้อาหารที่พบบ่อยที่สุดในแมว ได้แก่:

  • เนื้อวัว
  • เนื้อไก่
  • เนื้อปลา
  • ผลิตภัณฑ์จากนม
  • ไข่

(สารกันบูดหรือสารเติมแต่งบางชนิดอาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน)

ส่วนผสมเหล่านี้เป็นส่วนผสมที่พบได้ทั่วไปมาก ซึ่งน่าเสียดายที่เป็นสาเหตุว่าทำไมส่วนผสมเหล่านี้จึงมักก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ สิ่งสำคัญคือต้องให้แมวของคุณได้รับอาหารที่สมดุลและมีความหลากหลาย การให้ทั้งอาหารเปียกและอาหารแห้ง รวมถึงการหมุนเวียนโปรตีนจะช่วยให้แมวของคุณไม่เกิดอาการแพ้เหล่านี้

แมวอาจมีอาการแพ้อาหารที่มาคู่กับอาการแพ้จากสิ่งแวดล้อม เช่น ละอองเกสรตามฤดูกาล ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องระบุสาเหตุที่แน่ชัดของอาการของแมวของคุณ

การรับประทานอาหารเพื่อกำจัดสารพิษ

การหาส่วนผสมที่กระตุ้นให้แมวของคุณมีปฏิกิริยาตอบสนองต่ออาการแพ้สามารถทำได้โดยการกำจัดส่วนผสมเหล่านี้ออกไป โดยให้แมวของคุณกินอาหารชนิดใหม่ที่ไม่มีโปรตีนใดๆ ที่เคยกินมาก่อน เมื่อคุณระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้แล้วและพบอาหารที่ได้ผลและช่วยบรรเทาอาการของแมวของคุณได้แล้ว คุณควรให้แมวของคุณกินอาหารชนิดนั้นต่อไปประมาณ 6 ถึง 8 สัปดาห์ เพื่อให้แน่ใจว่าอาการต่างๆ จะไม่กลับมาอีกและไม่มีอาการใหม่ๆ เกิดขึ้น อย่าลืมปรึกษาสัตวแพทย์ของคุณอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้

คุณภาพทำให้เกิดความแตกต่าง

หากแมวของคุณมีกระเพาะอาหารที่อ่อนไหว สิ่งสำคัญคือต้องให้อาหารที่มีส่วนผสมคุณภาพสูงซึ่งทำจากเนื้อสัตว์แท้หรือโปรตีนทางเลือก รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุในปริมาณที่เหมาะสม เช่น ผักหรือธัญพืชไม่ขัดสี นอกจากนี้ อย่าลืมเลือกยี่ห้อที่ไม่ใส่สารตัวเติมหรือสารกันบูดที่ไม่จำเป็นในอาหารแมว เพราะสารเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้

อาหารแมว Wellness CORE ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูงและเป้นเนื้อสัตว์จริงๆ โดยจะแจ้งให้คุณทราบอย่างชัดเจนว่าแต่ละคำที่แมวทานมีส่วนผสมอะไรบ้าง อาหารที่เหมาะสมจะช่วยปรับปรุงการทำงานของระบบย่อยอาหารของแมว รวมถึงคุณภาพชีวิตของแมวด้วย

หากคุณมีแมวที่มีกระเพาะอ่อนไหว นี่คืออาหารดีๆ บางส่วนที่เราแนะนำ:

หลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนผสมของไก่

หากแมวของคุณมีอาการแพ้หรือไม่สามารถย่อยไก่ได้ อาหารแห้ง Wellness CORE Indoor : Ocean เป็นตัวเลือกที่ดีเพราะปราศจากไก่โดยสิ้นเชิง

ลองไก่งวงดูสิ

หากแมวของคุณมีปัญหาในการย่อยอาหาร เราขอแนะนำ Wellness CORE  : Turkey & Duck ของเราเป็นอย่างยิ่ง เนื้อไก่งวงมักจะย่อยง่ายกว่า และเนื้อเป็ดที่มีความหอมละมุนน่าทาน

เลือกอาหารที่มีไขมันต่ำ

ในทำนองเดียวกัน Wellness CORE  : Indoor ของเรามีไขมันในระดับต่ำ ซึ่งทำให้แมวของคุณย่อยได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังอาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับแมวที่เลี้ยงในบ้านซึ่งอาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจากปริมาณไขมันที่สูงกว่าในอาหารปัจจุบันของพวกมัน

การให้อาหารแมวของคุณด้วยส่วนผสมที่มีคุณภาพและทำให้แน่ใจว่าอาหารของพวกมันมีความสมดุล อาจเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยให้แมวที่มีกระเพาะอาหารบอบบางกลับมามีสุขภาพที่ดีและมีความสุขอีกครั้ง แมวของเรามีความหมายต่อเรามาก ดังนั้นการให้อาหารที่หลากหลายและมีคุณภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ

อาหารสุนัขแบบ Grain Free หรือ Non-Grain Free แบบไหนดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน?

เนื่องจากมีอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงหลายยี่ห้อ หลายสูตร และหลายรสชาติให้เลือก การเลือกอาหารเม็ดสำหรับสุนัขจึงเป็นเรื่องยาก หนึ่งในคุณสมบัติที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายคนใช้กันมาโดยตลอดก็คือการพิจารณาว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นอาหารสุนัขแบบปราศจากธัญพืชหรือมีธัญพืช แล้วสิ่งนั้นหมายถึงอะไรสำหรับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสุนัข อาหารแบบหนึ่งดีกว่าอีกแบบหรือไม่ อาหารแบบไม่มีธัญพืชทั้งหมดเหมือนกันหรือไม่ และเจ้าของสัตว์เลี้ยงสามารถคาดหวังถึงความแตกต่างที่สำคัญจากการให้อาหารแบบหนึ่งมากกว่าอีกแบบได้หรือไม่

อาหารสุนัขแบบไม่มีธัญพืชหรือมีธัญพืชมีส่วนประกอบอะไรบ้าง? อะไรคือแหล่งของคาร์โบไฮเดรต

ก่อนที่เราจะเริ่ม เรามาทำความเข้าใจภาพรวมกันก่อนว่าส่วนผสมทั้งที่เป็นธัญพืชและปราศจากธัญพืชคืออะไร ซึ่งก็คือ คาร์โบไฮเดรต แป้งในคาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารหลักซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญสำหรับกิจกรรมของสุนัข คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งของไฟเบอร์ที่อุดมสมบูรณ์ซึ่งช่วยเสริมสร้างสุขภาพระบบย่อยอาหารของสุนัข คาร์โบไฮเดรตช่วยบำรุงแบคทีเรียที่ดีในลำไส้และมีสารอาหารที่จำเป็น เช่น โปรตีน วิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ เช่นเดียวกับอาหารส่วนใหญ่ คุณภาพของส่วนผสมคาร์โบไฮเดรตถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดต่อคุณค่าทางโภชนาการ ส่วนผสมคุณภาพสูงกว่าจะให้สารอาหารที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับคาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการแปรรูปมากเกินไป เช่น แป้ง

แหล่งที่มาของส่วนผสมแบบมีธัญพืชและปราศจากธัญพืช:

ในกลุ่มคาร์โบไฮเดรต แหล่งของส่วนผสมต่างๆ จะถูกจัดประเภทตามกลุ่มย่อย รวมถึงเมล็ดพืช/ธัญพืช พืชตระกูลถั่ว และพืชหัว ซึ่งอาจแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ของเมล็ดพืช (ธัญพืช) และเมล็ดพืชที่ไม่มีธัญพืช (ส่วนผสมอื่นๆ ยกเว้นธัญพืช)

  • สูตรอาหารที่มีธัญพืช: อาจรวมถึงแหล่งธัญพืชทั่วไป เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโอ๊ต ข้าวไรย์ และข้าว
  • สูตรอาหารที่ไม่มีธัญพืช: รวมถึงแหล่งคาร์โบไฮเดรตอื่นๆ เช่น มันฝรั่ง มันเทศ หรือพืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วลันเตา ถั่วเลนทิล หรือถั่ว

  • แม้ว่าบรรพบุรุษของสุนัขพันธุ์หมาป่าสีเทาในปัจจุบันจะไม่ค่อยกินคาร์โบไฮเดรต แต่สุนัขที่เรารู้จักและรักในปัจจุบันมีวิวัฒนาการมาหลายพันปีจนมียีนใหม่และดัดแปลงหลายตัว

ยีนใหม่เหล่านี้ทำให้สุนัขสามารถย่อยคาร์โบไฮเดรตได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น หากสุนัขสามารถย่อยคาร์โบไฮเดรตและใช้เป็นแหล่งพลังงานที่ดีได้ เหตุใดเรื่องนี้จึงกลายเป็นประเด็นร้อนสำหรับผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงบางคน

เหตุใดจึงควรเลือกอาหารสุนัขแบบ Grain Free หรือ Non-Grain Free

อาการแพ้และความไวต่ออาหาร:

อาการไม่พึงประสงค์จากอาหารหมายถึงการตอบสนองทางคลินิกที่ผิดปกติใดๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหารหรือส่วนประกอบของอาหาร อาการไม่พึงประสงค์อาจเริ่มต้นจากองค์ประกอบทางเคมีเพียงชนิดเดียวในอาหาร อาจเกิดจากส่วนประกอบที่ใหญ่กว่าในอาหาร หรืออาจสังเกตเห็นได้เมื่อให้อาหารเชิงพาณิชย์ทั้งหมดเท่านั้น และจะไม่สังเกตเห็นได้เมื่อให้อาหารแต่ละส่วนประกอบแต่ละชนิด

ยิ่งไปกว่านั้น อาจเกิดปฏิกิริยาไม่พึงประสงค์ได้เมื่อได้รับอาหารในปริมาณเพียงเล็กน้อย หรืออาจต้องให้อาหารมากเกินไปเป็นเวลานาน และมักมีอาการผิดปกติทางผิวหนังหรือลำไส้ การแพ้อาหารในสุนัขพบได้ไม่บ่อยนัก แต่ก็อาจเกิดขึ้นได้ เมื่อพิจารณาจากส่วนผสม 10 อันดับแรกที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นสารก่อภูมิแพ้ในอาหาร พบว่าผู้ก่อภูมิแพ้หลักคือเนื้อวัวหรือไก่ แต่ธัญพืชบางชนิด เช่น ข้าวสาลี ข้าวโพด และข้าว ก็อยู่ใน 10 อันดับแรกด้วย นี่คือเหตุผลที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงบางคนควรหลีกเลี่ยงธัญพืช

 

อาหารหรือส่วนผสมของอาหารที่รายงานว่าทำให้เกิดอาหารแพ้ในสุนัข (330 กรณี)

ส่วนผสมของอาหารจำนวนกรณีที่รายงาน
เนื้อวัว107
ผลิตภัณฑ์นม59
ไก่50
ข้าวสาลี42
ไข่ไก่24
ถั่วเหลือง18
เนื้อแกะ16
เนื้อหมู14
ปลา12
ข้าวโพด10
ไก่งวง6
ข้าว5
เป็ด2

ส่วนผสมและอาหารที่เกี่ยวข้องกับอาการแพ้ในสุนัขและแมว
Roudabush P Vet Dermatol. 2013 Apr;24(2):293-4. doi: 10.1111/vde.12014

ระดับคาร์โบไฮเดรตโดยรวม

ปราศจากธัญพืชและมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ลดลง

เหตุใดจึงควรเลือกอาหารสุนัขแบบ Grain Free หรือ Non-Grain Free

อาการแพ้และความไวต่ออาหาร:

แม้ว่าอาหารสุนัขแบบไม่มีธัญพืชจะไม่ได้หมายความว่ามีคาร์โบไฮเดรตน้อยลงเสมอไป แต่ก็มีหลายยี่ห้อที่ผลิตอาหารสุนัขแบบไม่มีธัญพืชซึ่งมีคาร์โบไฮเดรตน้อยกว่าอาหารสุนัขแบบไม่มีธัญพืชถึง 55% สำหรับผู้เลี้ยงสุนัขบางคน การมองหาอาหารสุนัขที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำและมีโปรตีนจากสัตว์คุณภาพสูงเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจพวกเขา วิธีนี้จะช่วยให้สุนัขที่กินยากมีอาหารที่มีรสชาติดีขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น ปรับปรุงสุขภาพผิวหนังและขน และสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและลีน การเปลี่ยนมาใช้อาหารสุนัขแบบไม่มีธัญพืชอาจดูสมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าวิธีนี้ไม่เหมาะกับสุนัขทุกตัว

สำหรับสุนัขบางตัว อาหารสุนัขแบบไม่มีธัญพืชจะสมเหตุสมผลมากกว่า ตัวอย่างเช่น การลดปริมาณโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตในอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและสมดุลจะทำให้ความเข้มข้นของสูตรอาหารลดลงสำหรับสุนัขที่มีกระเพาะที่บอบบาง อาหารสุนัขแบบไม่มีธัญพืชคุณภาพสูงจะยังคงให้สารอาหารที่ครบถ้วนและสมดุลเพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดี เพียงแต่จะมีรูปแบบโดยรวมที่แตกต่างออกไปเพื่อให้เหมาะกับความต้องการทางโภชนาการของสุนัข

chart

ความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดี:

เมื่อเลือกแบรนด์อาหารสัตว์ ความไว้วางใจในบริษัทที่คุณเลือกถือเป็นสิ่งสำคัญ ในกรณีส่วนใหญ่ สุนัขของเราจะกินอาหารเดิมทุกวัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการมั่นใจว่าสุนัขได้รับสารอาหารที่พวกมันต้องการจึงเป็นเรื่องสำคัญ

สองสามปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บางยี่ห้อ เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านั้นอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพหัวใจได้ หากคุณกำลังให้อาหารปลอดธัญพืช คุณสามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์ที่คุณเลือกนั้นปลอดภัย:

bag ingredients

แล้วคุณควรเลือกอะไรดี ?

การตัดสินใจขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณและสุนัขของคุณชอบ เลือกอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนและสมดุล ซึ่งหมายความว่าส่วนผสมต่างๆ จะให้โปรตีน ไขมัน และสารอาหารที่จำเป็นในปริมาณและความเข้มข้นที่เหมาะสมตามที่แนะนำ ตรวจสอบว่าแบรนด์นั้นเป็นแบรนด์ที่คุณไว้วางใจได้ ดำเนินการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ และเป็นไปตามแนวทางอาหารสัตว์ของสมาคมควบคุมอาหารสัตว์แห่งอเมริกา (AAFCO) จากนั้นจึงดูส่วนผสมโดยรวม ส่วนผสมเหล่านั้นเป็นของจริงและมีประโยชน์ต่อสุขภาพหรือไม่ สูตรนี้ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อให้ตรงกับความต้องการทางโภชนาการเฉพาะตัวของสุนัขของคุณหรือไม่

ที่ Wellness สูตรอาหารทั้งหมดของเรามอบคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วนและสมดุลคุณภาพสูงสุดซึ่งได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น เรามีอาหารสำหรับสุนัขทุกขนาด ทุกสายพันธุ์ และทุกความต้องการทางโภชนาการ อาหารสุนัขแห้งโปรตีนสูง Wellness CORE มีให้เลือกทั้งแบบ Grain Free และ Wholesome Grains และอาหารเม็ดโปรตีนสูง CORE RawRev ของเรามีเนื้อผสม 100% เพื่อรสชาติที่สุนัขของคุณจะต้องชอบ นอกจากนี้ยังมีแบบ Grain Free และ Wholesome Grains ให้เลือกอีกด้วย

join our community

เกี่ยวกับหน้านี้

วันที่:

29/05/2020

    รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างดีที่สุด

    ลงชื่อเข้าใช้