FAQs

เพราะเราเชื่อว่า "Wellbeing should be shared." สุขภาวะที่ดีคือสิ่งที่เจ้าของและสัตว์เลี้ยงสร้างร่วมกัน

เกี่ยวกับ Wellness CORE
Wellness CORE แตกต่างจากอาหารสัตว์เลี้ยงแบรนด์อื่นอย่างไร?

Wellness CORE คืออาหารสัตว์เลี้ยงกลุ่ม Super Premium Natural ที่ยึดหลักโภชนาการแบบ "Protein-Rich, Grain-Free" เราเน้นปริมาณเนื้อสัตว์สดคุณภาพสูงเป็นอันดับ 1 โดยไม่มีส่วนผสมของธัญพืชหรือสารเติมเต็มที่ไม่จำเป็น เพื่อมุ่งเน้นการดูแลสุขภาพจากภายในสู่ภายนอกผ่าน 5 Signs of Wellbeing ครับ

Wellness CORE มอบโภชนาการที่สมดุล เพื่อดูแลสัตว์เลี้ยงของคุณจากภายในสู่ภายนอก

เรามุ่งมั่นในการคัดสรรและพัฒนาโภชนาการจากธรรมชาติ คุณภาพสูง และสมดุลมาตั้งแต่ปี 1926
Wellness CORE ไม่เพียงแค่รสชาติอร่อย แต่ยังอุดมไปด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติที่จำเป็น
เพื่อช่วยให้สัตว์เลี้ยงของคุณมีสุขภาพดี แข็งแรง และมีชีวิตชีวาจากภายในอย่างแท้จริง

🥩 เนื้อสัตว์หรือปลาสดเป็นส่วนประกอบหลัก อุดมด้วยโปรตีนจากเนื้อสัตว์
ด้วยสูตรที่มีโปรตีนสูงจากเนื้อสัตว์หรือปลาเป็นหลัก
Wellness CORE มอบกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน
ช่วยเสริมพลังงาน เพิ่มมวลกล้ามเนื้อที่แข็งแรง
ดูแลผิวหนังให้สุขภาพดี และขนเงางามนุ่มสวย
พร้อมรสชาติที่สุนัขและแมวหลงรัก

🌿 คัดสรรวัตถุดิบสดใหม่ แท้จริง และมีคุณภาพสูงที่สุด
ทุกสูตรของ Wellness CORE ถูกพัฒนาอย่างพิถีพิถัน “ทำอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ทำให้ง่าย”
เราจึงเลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบจากธรรมชาติคุณภาพเยี่ยม
ที่ผ่านการคัดสรรอย่างใส่ใจ
เพื่อมอบโภชนาการที่ครบถ้วนและสมดุลที่สุดให้กับสัตว์เลี้ยงของคุณ

🌾 คาร์โบไฮเดรตต่ำ ปราศจากสารเติมเต็มที่ไม่จำเป็น
นอกจากทุกสูตรจะ ปราศจากธัญพืช (Grain-Free)
Wellness CORE ยังโดดเด่นด้วยการลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตโดยรวมในทุกถุง
ช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้รับ “สิ่งที่ดีจริง” มากขึ้น
โดยไม่มีสารเติมเต็มที่ไม่จำเป็นต่อร่างกาย

⚖️ ไขมันในระดับเหมาะสม เพื่อพลังงานที่ต่อเนื่องและรูปร่างสมส่วน
ด้วยระดับไขมันที่เหมาะสม
Wellness CORE ช่วยให้สุนัขและแมวมีพลังและความกระฉับกระเฉงในการเล่น
โดยไม่ให้พลังงานเกินความจำเป็น
ช่วยลดความเสี่ยงของน้ำหนักเกิน และคงสภาพร่างกายที่แข็งแรง สมส่วน และลีนอย่างเหมาะสม

อาหาร Wellness CORE ผลิตที่ไหน?
เรามีความภูมิใจที่ได้ควบคุมการผลิตด้วยมาตรฐานสูงสุด โดยอาหารเม็ดส่วนใหญ่ผลิตที่โรงงานของเราเองในสหรัฐอเมริกา เพื่อให้มั่นใจในเรื่องความปลอดภัยและคุณภาพของวัตถุดิบทุกถุงที่ส่งถึงมือคุณ
คำว่า “อาหารสัตว์เลี้ยงจากธรรมชาติ (Natural Pet Food)” ในสินค้าประเภทอาหารสัตว์มีความหมายว่าอะไร
คำว่า “ธรรมชาติ” หมายถึงการใช้ส่วนผสมที่ได้มาจากพืช, สัตว์ และแร่ธาตุต่างๆ ในสูตรอาหาร โดยอาหารของ Wellness จะไม่มีการใส่สี สารปรุงแต่ง หรือสารกันบูดใดๆ เพิ่มเติม 
Wellness CORE มีอาหารสูตรรักษา (Prescription Diet) หรือไม่?

Wellness CORE ไม่มีอาหารสูตรเฉพาะที่ต้องสั่งจ่ายโดยสัตวแพทย์ (Prescription Diet)

ทำไมบางครั้งจึงเห็นเม็ดอาหารเม็ด Wellness CORE มีสีแตกต่างกันในแต่ละล๊อตการผลิต?

เนื่องจาก Wellness CORE ไม่ใช้สีสังเคราะห์ ในสูตรอาหาร
สีของเม็ดอาหารจึงขึ้นอยู่กับ วัตถุดิบจากธรรมชาติ ที่ใช้จริง
ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์สด แหล่งคาร์โบไฮเดรต ผลไม้ และผักต่าง ๆ
ดังนั้น สีของเม็ดอาหารอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละล็อตการผลิต
ซึ่งเป็นผลมาจาก ความแตกต่างตามฤดูกาลของวัตถุดิบธรรมชาติคุณภาพสูง
โดยความแตกต่างของสีนี้ ไม่ส่งผลต่อคุณภาพหรือคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร

ส่วนประกอบและโภชนาการ
อธิบายคุณภาพของเนื้อสัตว์ที่ใช้ในอาหารสุนัขและแมวสูตรที่ทำจากธรรมชาติอย่าง Wellness CORE

แทนที่จะให้ความสำคัญกับคำว่า “เกรด” ของเนื้อสัตว์ Wellness CORE มุ่งเน้นไปที่ คุณค่าทางโภชนาการที่แท้จริงของเนื้อสัตว์แต่ละชนิด

เราเลือกใช้เฉพาะเนื้อสัตว์ที่ผ่าน มาตรฐานข้อกำหนดที่เข้มงวด ในด้าน

- โปรตีน

- ไขมัน

- ความชื้น

- ปริมาณเถ้า (ash)

ประเภทเนื้อสัตว์ทุกชนิดที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบได้ผ่านการ ตรวจสอบก่อนและหลังการเชือด (ante-mortem และ post-mortem inspection) ณ สถานประกอบการที่ได้รับการรับรอง และไม่พบหลักฐานของโรคที่อาจส่งผลต่อสุขภาพของสัตว์หรือมนุษย์

เนื้อสัตว์ที่เราใช้ยังเป็นไปตาม มาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ในทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารของ Wellness CORE มีคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงครับ 🐶🐱

Wellness CORE มีการเติมเกลือลงในสูตรอาหารหรือไม่?

Wellness CORE ไม่มีการเติมเกลือ (salt) เพิ่มลงในสูตรอาหารเม็ด

หากมีการเติมเกลือลงในสูตรอาหาร เกลือจะต้องถูกระบุไว้ในรายการส่วนประกอบ (ingredients) อย่างชัดเจน เนื่องจากถือเป็นวัตถุดิบชนิดหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม โซเดียมและคลอไรด์ทั้งหมดที่พบในอาหารของ Wellness CORE เป็นแร่ธาตุที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากวัตถุดิบที่ใช้ ไม่ได้มาจากการเติมเกลือเพิ่มเข้าไป

สูตรอาหาร Wellness CORE ทุกสูตร เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ครบถ้วนและสมดุล (Complete & Balanced)
และเป็นไปตามมาตรฐานโภชนาการที่กำหนดโดย AAFCO เพื่อให้เหมาะสมกับช่วงวัยและความต้องการของสุนัขและแมวอย่างปลอดภัยครับ 🐶🐱

Ash (เถ้า) ในอาหารสัตว์คืออะไร และ Wellness CORE มีปริมาณ Ash (เถ้า) สูงกว่าแบรนด์อื่นหรือไม่?

คำว่า Ash ที่ระบุบนฉลากอาหารสุนัขหรือแมว หมายถึง ปริมาณแร่ธาตุรวม ในอาหาร ซึ่งแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยทั่วไปอาหารเม็ดจะมีค่า Ash ประมาณ 5–8% และอาหารเปียกประมาณ 1–2%

ค่า Ash ในอาหารสัตว์มาจาก

- แร่ธาตุที่พบตามธรรมชาติใน กระดูก (เช่น จาก bone meal หรือ fish meal)

- แร่ธาตุบางส่วนจาก วัตถุดิบจากพืช

เนื่องจาก Wellness CORE เป็นอาหารสูตรโปรตีนสูง จึงอาจมีปริมาณ Ash มากกว่าอาหารที่มีโปรตีนต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม ปริมาณ Ash ที่เพิ่มขึ้นนี้ ไม่ได้ถือว่าสูงเกินหรือเป็นอันตราย แต่เป็นผลโดยตรงจาก ปริมาณเนื้อสัตว์ที่มากขึ้นในสูตรอาหาร

สูตรอาหาร Wellness CORE ทุกสูตร ได้รับการออกแบบให้มี สมดุลของแร่ธาตุอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยงในระยะยาว และเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ครบถ้วนและสมดุล (Complete & Balanced) ตามมาตรฐานของ
AAFCO และอ้างอิงความต้องการสารอาหารจาก NRC

ดังนั้น ค่า Ash ที่พบในอาหาร Wellness CORE จึงเป็น ตัวสะท้อนคุณภาพและปริมาณเนื้อสัตว์ในสูตร ไม่ใช่ข้อบ่งชี้ถึงคุณภาพที่ต่ำกว่าหรือความไม่ปลอดภัยของอาหารครับ 🐶🐱

มีการทดสอบวัตถุดิบจากปลาในสูตร Wellness CORE เรื่องโลหะหนักหรือไม่?

วัตถุดิบจากปลาทุกชนิดที่ใช้ในสูตร Wellness CORE (USA) ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับโลหะหนักของ Environmental Protection Agency (EPA) และเป็นไปตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัยของสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ Wellness CORE ยังดำเนินการ ทดสอบผลิตภัณฑ์ทุกสูตร เพื่อยืนยันทั้ง

- ความเพียงพอทางโภชนาการ (nutritional adequacy) และ

- ความปลอดภัยจากความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น สารปนเปื้อนหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น

เพื่อให้มั่นใจว่าอาหารทุกถุงมีความปลอดภัย มีคุณภาพ และเหมาะสมต่อสุขภาพของสุนัขและแมวในระยะยาวครับ 🐶🐱

ทำไมจึงใช้แครนเบอร์รีในอาหาร Wellness CORE?

สารสกัดจาก แครนเบอร์รี (Cranberry extract) มีคุณสมบัติช่วย ปรับสมดุลค่า pH ของปัสสาวะให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ซึ่งอาจช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลึกในระบบทางเดินปัสสาวะได้

นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบว่าในแครนเบอร์รีมีสารบางชนิดที่ช่วย ป้องกันไม่ให้แบคทีเรีย E. coli ยึดเกาะกับผนังทางเดินปัสสาวะ ส่งผลให้แบคทีเรียไม่สามารถเพิ่มจำนวนและก่อให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย

แครนเบอร์รียังเป็นแหล่งของ สารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) และเป็น แหล่งวิตามินซีตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยสนับสนุนสุขภาพโดยรวมและระบบภูมิคุ้มกันของสัตว์เลี้ยง

ด้วยเหตุนี้ Wellness CORE จึงเลือกใช้แครนเบอร์รีเป็นหนึ่งในส่วนผสม เพื่อช่วยดูแล สุขภาพระบบทางเดินปัสสาวะและสุขภาพโดยรวม ของสุนัขและแมวอย่างเหมาะสมครับ 🐶🐱

Wellness CORE มีสารอาหารช่วยดูแลข้อต่อหรือไม่?

สูตรอาหาร Wellness CORE มีการเสริม กลูโคซามีนและคอนดรอยตินซัลเฟต เพื่อช่วยดูแลสุขภาพข้อต่อ โดยได้มาจากทั้ง

- แหล่งธรรมชาติ เช่น ไก่อบแห้ง (chicken meal) ไก่งวง และปลา

- แหล่งเสริมเพิ่มเติม ได้แก่ กลูโคซามีนไฮโดรคลอไรด์ 400 มก./กก. และคอนดรอยตินซัลเฟต 300 มก./กก. เมื่อทำงานร่วมกับ

- อาหารสูตร โปรตีนจากเนื้อสัตว์ในสัดส่วนสูง

- ระดับไขมันที่เหมาะสม เพื่อช่วยรักษารูปร่างให้สมส่วน

- กรดไขมันโอเมก้า ที่ช่วยสนับสนุนการลดการอักเสบ

- และ แร่ธาตุที่สมดุล เพื่อเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

สูตรอาหาร Wellness CORE จึงช่วยสนับสนุน การเคลื่อนไหวที่คล่องตัว สุขภาพข้อต่อที่ดี และการใช้ชีวิตอย่างแอคทีฟ ของสุนัขและแมวในระยะยาวครับ 🐶🐱

วัตถุดิบของ Wellness CORE เป็นออร์แกนิกหรือไม่?

แม้ว่า Wellness CORE จะคัดสรรวัตถุดิบธรรมชาติคุณภาพสูงจากแหล่งที่ดี ใช้วัตถุดิบสดใหม่และเป็น อาหารจากวัตถุดิบจริง (real wholefood ingredients) แต่สูตรอาหารของ Wellness CORE ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มอาหารออร์แกนิก (organic)

อย่างไรก็ตาม Wellness CORE ยังคงมุ่งเน้นที่ คุณภาพ ความปลอดภัย และคุณค่าทางโภชนาการ ของวัตถุดิบเป็นหลัก เพื่อให้สัตว์เลี้ยงได้รับอาหารที่เหมาะสมและดีต่อสุขภาพในระยะยาวครับ 🐶🐱

วัตถุดิบของ Wellness CORE เป็นออร์แกนิกหรือไม่?

แม้ว่า Wellness CORE จะคัดสรรวัตถุดิบธรรมชาติคุณภาพสูงจากแหล่งที่ดี ใช้วัตถุดิบสดใหม่และเป็น อาหารจากวัตถุดิบจริง (real wholefood ingredients) แต่สูตรอาหารของ Wellness CORE ไม่ได้จัดอยู่ในกลุ่มอาหารออร์แกนิก (organic)

อย่างไรก็ตาม Wellness CORE ยังคงมุ่งเน้นที่ คุณภาพ ความปลอดภัย และคุณค่าทางโภชนาการ ของวัตถุดิบเป็นหลัก เพื่อให้สัตว์เลี้ยงได้รับอาหารที่เหมาะสมและดีต่อสุขภาพในระยะยาวครับ 🐶🐱

อาหาร Wellness CORE มีการถนอมคุณภาพอย่างไร?

อาหารสัตว์ของ Wellness CORE เป็นอาหารสูตรธรรมชาติ และมีการถนอมคุณภาพด้วย สารกันเสียจากธรรมชาติ ได้แก่

- วิตามินอี (mixed tocopherols)

- วิตามินซี

Wellness CORE ไม่ใช้สารกันเสียสังเคราะห์หรือสารเคมี เช่น BHA, BHT หรือ ethoxyquin แนวทางนี้ช่วยคงความสดใหม่และคุณภาพของอาหาร พร้อมทั้งตอบโจทย์ด้าน ความปลอดภัยและสุขภาพระยะยาว ของสุนัขและแมวอย่างเหมาะสมครับ 🐶🐱

จำเป็นต้องเสริมอาหารเสริมหรือไม่เมื่อให้อาหาร Wellness CORE?

ไม่จำเป็นครับ อาหารสัตว์ Wellness CORE เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ครบถ้วนและสมดุล (Complete & Balanced)

สูตรอาหารของ Wellness CORE ได้รับการพัฒนาให้เป็นไปตามมาตรฐานโภชนาการของสหรัฐอเมริกา โดย

- เป็นไปตามข้อกำหนดของ AAFCO (Association of American Feed Control Officials)

- และอ้างอิงความต้องการสารอาหารจาก NRC (National Research Council)

ดังนั้น สำหรับสุนัขและแมวที่มีสุขภาพปกติ ไม่จำเป็นต้องเสริมอาหารเสริมเพิ่มเติม เมื่อให้อาหาร Wellness CORE เป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม หากผู้เลี้ยงต้องการเสริมอาหารเพื่อ เหตุผลด้านสุขภาพเฉพาะทาง พอลล่าแนะนำให้ ปรึกษาสัตวแพทย์ ก่อน เพื่อให้ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมและปลอดภัยกับสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวครับ 🐶🐱

พรีไบโอติก (Prebiotics) และโปรไบโอติก (Probiotics) คืออะไร?

ทั้ง พรีไบโอติก และ โปรไบโอติก มีบทบาทในการช่วยเสริมสร้างสมดุลของจุลินทรีย์ที่ดีตามธรรมชาติใน ระบบทางเดินอาหาร

โปรไบโอติก (Probiotics)
โปรไบโอติก หรือที่เรียกว่า direct-fed microbials คือ จุลินทรีย์มีชีวิต ที่ถูกเติมลงในอาหารเม็ดหลังจากผ่านกระบวนการอบและทำให้เย็นแล้ว ในขั้นตอนการเคลือบเม็ดอาหาร
โปรไบโอติก หรือ “แบคทีเรียดี” ช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ โดยเพิ่มจำนวนแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ และช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียก่อโรค หรือ “แบคทีเรียไม่ดี” ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับจุลินทรีย์มีชีวิตที่พบในโยเกิร์ต

โปรไบโอติกที่ใช้ในสูตรอาหาร Wellness CORE คือ
Enterococcus faecium NCIMB 10415 ในปริมาณ 1 × 10⁹ CFU

พรีไบโอติก (Prebiotics)


พรีไบโอติกคือ ใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ (เช่น โอลิโกแซ็กคาไรด์) ที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของแบคทีเรียดีในลำไส้
พรีไบโอติก ไม่ใช่แบคทีเรีย แตกต่างจากโปรไบโอติก และมักถูกเติมในปริมาณเล็กน้อยในขั้นตอนการผสมวัตถุดิบก่อนการผลิตอาหารเม็ด

พรีไบโอติกที่ใช้ใน Wellness CORE คือ รากชิโครีอบแห้ง (dried chicory root) ซึ่งเป็นแหล่งของ ฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์ (FOS) และ อินนูลิน (inulin)

การทำงานร่วมกันของพรีไบโอติกและโปรไบโอติกช่วยสนับสนุน สุขภาพระบบย่อยอาหาร การดูดซึมสารอาหาร และระบบภูมิคุ้มกัน ของสุนัขและแมวอย่างมีประสิทธิภาพครับ 🐶🐱

ทำไม Wellness CORE จึงใช้ถั่วลันเตา / กลิ่นถั่วลันเตาในสูตรอาหาร?

ถั่วลันเตาทั้งเมล็ด (whole peas) ถือเป็นวัตถุดิบคุณภาพดีที่ Wellness CORE เลือกใช้ในสูตรอาหาร เนื่องจากเป็นแหล่งของ

  • คาร์โบไฮเดรต ที่ให้พลังงานอย่างเหมาะสม
  • ใยอาหาร ที่ช่วยสนับสนุนสุขภาพระบบย่อยอาหาร
  • และ วิตามินที่เป็นประโยชน์ในปริมาณเล็กน้อย

วิตามินและแร่ธาตุที่พบในถั่วลันเตา ได้แก่

  • วิตามิน K
  • แมงกานีส (Manganese) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการเผาผลาญและสุขภาพโดยรวม

นอกจากนี้ ถั่วลันเตายังมี โปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งช่วยสนับสนุนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสุนัขและแมว เมื่อทำงานร่วมกับแหล่งโปรตีนจากเนื้อสัตว์คุณภาพสูงในสูตรอาหารของ Wellness CORE ครับ 🐶🐱

ทำไม Wellness CORE จึงใช้ทั้งเนื้อสด (Real meat) และเนื้ออบแห้ง (Meat Meal)ในสูตรอาหาร?

เนื้อสัตว์อบแห้ง เช่น ไก่ แกะ ไก่งวง เฮร์ริง และแซลมอนอบแห้ง ที่ Wellness CORE เลือกใช้ เป็นแหล่งของ โปรตีนและไขมันที่มีความเข้มข้นสูง รวมถึงอุดมไปด้วย วิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน และกรดไขมันที่จำเป็น

ด้วยข้อจำกัดด้านการออกแบบสูตรและคุณลักษณะของอาหารเม็ดสำเร็จรูป จึง ไม่สามารถใช้เนื้อสดเพียงอย่างเดียว ในการผลิตอาหารเม็ดได้ หากยังต้องการคงคุณค่าของอาหารที่มี โปรตีนสูงและอุดมด้วยเนื้อสัตว์ ตามแนวคิดของ Wellness CORE

การใช้โปรตีนจากเนื้ออบแห้งช่วยให้สูตรอาหารมี ความหนาแน่นของสารอาหารสูง ทำให้สามารถได้รับสารอาหารจากวัตถุดิบโดยตรง และช่วย ลดความจำเป็นในการเสริมสารอาหารสังเคราะห์เพิ่มเติม

เมื่อทำงานร่วมกับเนื้อสด สูตรอาหารของ Wellness CORE จึงสามารถมอบโภชนาการที่เข้มข้น อร่อย และตอบโจทย์ความต้องการตามธรรมชาติของสุนัขและแมวได้อย่างลงตัวครับ 🐶🐱

ทำไม Wellness CORE จึงใช้ทั้งเนื้อสด (Real meat) และเนื้ออบแห้ง (Meat Meal)ในสูตรอาหาร?

เนื้อสัตว์อบแห้ง เช่น ไก่ แกะ ไก่งวง เฮร์ริง และแซลมอนอบแห้ง ที่ Wellness CORE เลือกใช้ เป็นแหล่งของ โปรตีนและไขมันที่มีความเข้มข้นสูง รวมถึงอุดมไปด้วย วิตามิน แร่ธาตุ กรดอะมิโน และกรดไขมันที่จำเป็น

ด้วยข้อจำกัดด้านการออกแบบสูตรและคุณลักษณะของอาหารเม็ดสำเร็จรูป จึง ไม่สามารถใช้เนื้อสดเพียงอย่างเดียว ในการผลิตอาหารเม็ดได้ หากยังต้องการคงคุณค่าของอาหารที่มี โปรตีนสูงและอุดมด้วยเนื้อสัตว์ ตามแนวคิดของ Wellness CORE

การใช้โปรตีนจากเนื้ออบแห้งช่วยให้สูตรอาหารมี ความหนาแน่นของสารอาหารสูง ทำให้สามารถได้รับสารอาหารจากวัตถุดิบโดยตรง และช่วย ลดความจำเป็นในการเสริมสารอาหารสังเคราะห์เพิ่มเติม

เมื่อทำงานร่วมกับเนื้อสด สูตรอาหารของ Wellness CORE จึงสามารถมอบโภชนาการที่เข้มข้น อร่อย และตอบโจทย์ความต้องการตามธรรมชาติของสุนัขและแมวได้อย่างลงตัวครับ 🐶🐱

Wellness CORE เป็นอาหาร Grain-Free หรือไม่ และมีประโยชน์อย่างไร?

อาหาร Wellness CORE ทุกสูตร ทั้งอาหารเม็ดและอาหารเปียก เป็นสูตร Grain-Free

แนวคิดด้านโภชนาการนี้ช่วย หลีกเลี่ยงธัญพืชที่มักก่อให้เกิดอาการแพ้ ซึ่งสัตว์เลี้ยงบางตัวอาจมีความไวต่ออาหารหรือแพ้อาหารจากธัญพืช นอกจากนี้ Wellness CORE ยังพัฒนาสูตรอาหารในแนวคิด “Grain-Free อย่างถูกวิธี”

ด้วยแนวทางนี้ Wellness CORE ใช้แหล่งคาร์โบไฮเดรตแบบ Grain-Free เช่น ถั่วลันเตาและมันฝรั่ง ในปริมาณที่ ลดลงอย่างเหมาะสม เพื่อเปิดพื้นที่ให้สามารถเพิ่ม โปรตีนจากเนื้อสัตว์คุณภาพสูง ได้มากขึ้นในทุกสูตรอาหาร

เมื่อมี เนื้อสัตว์มากขึ้น ของดีมากขึ้น และไม่มีสารเติมเต็มที่ไม่จำเป็น Wellness CORE จึงมอบโภชนาการที่ตรงกับความต้องการตามธรรมชาติของสุนัขและแมว และช่วยให้สัตว์เลี้ยง แข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีจาก CORE อย่างแท้จริง ครับ 🐶🐱

ทำไม Wellness CORE ถึงเป็นสูตร Grain-Free (ปราศจากธัญพืช)?
เพราะสุนัขและแมวมีบรรพบุรุษเป็นสัตว์กินเนื้อ โครงสร้างร่างกายของเขาจึงย่อยโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ดีที่สุด การตัดธัญพืชออกช่วยลดความเสี่ยงจากการแพ้ และทำให้เขาได้รับพลังงานจากโปรตีนและไขมันดีได้อย่างเต็มที่ ช่วยให้ร่างกายฟิตและเฟิร์มครับ
มีการใช้ "ผลพลอยได้จากสัตว์" (By-Products) ในอาหารหรือไม่?
ไม่มีแน่นอนครับ เราให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่ใช้ผลพลอยได้จากสัตว์ (เช่น หัว ตีน หรือเครื่องในที่ไม่มีคุณภาพ) รวมถึงไม่ใช้สีสังเคราะห์ สารแต่งกลิ่น หรือสารกันเสียที่เป็นอันตราย ทุกส่วนผสมที่เราเลือกต้องส่งเสริมสุขภาพที่ดีเท่านั้น
อาหารที่มีโปรตีนสูงจะเป็นอันตรายต่อไตของสุนัขหรือแมวหรือไม่?
สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีสุขภาพปกติ โปรตีนสูงคุณภาพดีจากเนื้อสัตว์สดใน Wellness CORE ไม่ได้เป็นสาเหตุของโรคไตครับ ในทางกลับกัน โปรตีนคือสารอาหารสำคัญที่ช่วยรักษาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและระบบภูมิคุ้มกัน (อย่างไรก็ตาม หากสัตว์เลี้ยงมีภาวะโรคไตอยู่ก่อนแล้ว ควรปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อเลือกสูตรอาหารที่เหมาะสมเฉพาะรายครับ)
Health & nutrition : สุขภาพและโภชนาการ
สุขภาพและโภชนาการ: Wellness CORE ช่วยดูแลปัญหาโรคอ้วนและน้ำหนักตัวอย่างไร?

อาหารสุนัข Wellness CORE สูตร Healthy Weight ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก โดยมี ปริมาณไขมันและพลังงานรวม (แคลอรี) ที่ลดลง เพื่อสนับสนุนการควบคุมน้ำหนักอย่างเหมาะสม

นอกจากการจำกัดแคลอรีแล้ว Wellness CORE ยังช่วยรักษา สภาพร่างกายที่สมดุล (ideal body condition) ด้วยการเพิ่ม โปรตีนในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อช่วยดูแลและคงมวลกล้ามเนื้อให้แข็งแรง

เนื่องจากสุนัขที่มีปัญหาน้ำหนักเกินมักมีอาการเกี่ยวกับข้อต่อร่วมด้วย สูตรอาหารนี้จึงเสริม กลูโคซามีนและคอนดรอยตินซัลเฟต เพื่อช่วยดูแลสุขภาพข้อต่อ รวมถึง กรดไขมันโอเมก้า ที่ช่วยสนับสนุนการลดการอักเสบภายในร่างกายครับ 🐶

สุนัขสามารถกินอาหารแมวได้ หรือแมวสามารถกินอาหารสุนัขได้หรือไม่?

แมวและสุนัขมี ความต้องการทางโภชนาการที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องใช้อาหารสูตรเฉพาะสำหรับแต่ละชนิด

สำหรับแมว หากได้รับอาหารสูตรสุนัขเป็นระยะเวลานาน อาจเสี่ยงต่อการ ขาดสารอาหาร และในกรณีรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ เนื่องจากแมวเป็น สัตว์กินเนื้อโดยแท้จริง (obligate carnivore) ต่างจากสุนัข แมวจึงต้องการอาหารที่มีเนื้อสัตว์เป็นหลักและมี ปริมาณโปรตีนสูงกว่าสุนัข

นอกจากนี้ ความต้องการโปรตีนที่สูงขึ้นของแมว ยังมาพร้อมกับความต้องการ กรดอะมิโน กรดไขมัน และวิตามินบางชนิดในระดับที่สูงกว่า ด้วย

หากแมวเผลอกินอาหารสุนัขเข้าไปเล็กน้อยเป็นครั้งคราว โดยทั่วไปจะไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่ไม่ควรส่งเสริมให้เป็นพฤติกรรมการให้อาหารเป็นประจำ

ในทางกลับกัน สุนัขสามารถกินอาหารแมวได้โดยทั่วไปโดยไม่เป็นอันตรายทันที แต่ก็ ไม่แนะนำ ให้กินเป็นประจำ เนื่องจากไม่เหมาะสมต่อโภชนาการที่สมดุลและเหมาะสมในระยะยาวครับ 🐶🐱

ค่า pH ของอาหาร Wellness CORE คือเท่าไร?

สูตรอาหารของ Wellness CORE ถูกออกแบบให้ช่วยควบคุมค่า pH ของปัสสาวะให้อยู่ในระดับที่เป็นกรดเล็กน้อย ประมาณ 6.2–6.4 เพื่อส่งเสริม สุขภาพของระบบทางเดินปัสสาวะ

สำหรับแมวที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ แนะนำให้ผู้เลี้ยง ปรึกษาสัตวแพทย์ อย่างใกล้ชิด เนื่องจากแมวอาจจำเป็นต้องได้รับอาหารสูตรเฉพาะทาง (อาหารสั่งจ่าย/Prescription Diet) ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลและรักษาปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะโดยตรงครับ 🐱

Wellness CORE เหมาะสำหรับแมวที่มีปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะหรือไม่?

สูตรอาหารแมวของ Wellness CORE ถูกออกแบบให้ช่วยควบคุมค่า pH ของปัสสาวะให้อยู่ในระดับที่เป็นกรดเล็กน้อย ประมาณ 6.2–6.4 เพื่อช่วยส่งเสริมสุขภาพของระบบทางเดินปัสสาวะ

อย่างไรก็ตาม สำหรับแมวที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ แนะนำให้ผู้เลี้ยง ปรึกษาสัตวแพทย์ ควบคู่ไปด้วยเสมอ เนื่องจากแมวบางตัวอาจจำเป็นต้องได้รับอาหารสูตรเฉพาะทาง (Prescription Diet) ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลและรักษาปัญหาทางเดินปัสสาวะโดยตรงครับ 🐱

Wellness CORE ช่วยดูแลแมวที่มีปัญหาโรคอ้วนและน้ำหนักตัวอย่างไร?

Wellness CORE สูตร Indoor Original และ Indoor Ocean ถูกออกแบบมาเพื่อช่วย ควบคุมน้ำหนัก โดยใช้สูตรโภชนาการเฉพาะที่มี ปริมาณไขมันและพลังงานรวม (แคลอรี) ที่ลดลง

นอกจากการลดแคลอรีแล้ว สูตร Indoor Original และ Indoor Ocea ยังช่วยสนับสนุน รูปร่างที่สมส่วน (ideal body condition) ด้วยการเพิ่ม โปรตีนในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อช่วยดูแลและคงมวลกล้ามเนื้อให้แข็งแรงในช่วงการลดน้ำหนัก

เนื่องจากแมวแต่ละตัวมีความแตกต่างกัน พอลล่าแนะนำให้ผู้เลี้ยง ติดตามการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักของแมวอย่างสม่ำเสมอ และหากน้ำหนักเริ่มคงที่หรือไม่ลดลง สามารถ ปรับลดปริมาณอาหารลงประมาณ 10% เพื่อให้การควบคุมน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ 🐱

สูตรอาหาร Wellness CORE ช่วยดูแลสุนัขและแมวที่มีกระเพาะอาหาร Sensitive ได้หรือไม่?

สูตรอาหารของ Wellness CORE ได้รับการออกแบบโดย หลีกเลี่ยงแหล่งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่มักก่อให้เกิดการแพ้ พร้อมทั้งเสริม ใยอาหาร พรีไบโอติก และโปรไบโอติก ในทุกสูตรอาหาร

ด้วยเหตุนี้ Wellness CORE จึงเป็นสูตรอาหารที่มีคุณสมบัติ ไฮโปอัลเลอร์เจนิกตามธรรมชาติ ย่อยง่าย และดูดซึมได้ดี ช่วยสนับสนุนสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ที่มีปัญหากระเพาะอาหารบอบบาง

สำหรับสุนัขหรือแมวที่มีความไวต่ออาหารเป็นพิเศษ พอลล่าแนะนำให้ผู้เลี้ยง ใช้ระยะเวลาในการเปลี่ยนอาหารที่นานขึ้นประมาณ 7–10 วัน เพื่อให้สัตว์เลี้ยงค่อย ๆ ปรับตัวกับอาหารใหม่อย่างเหมาะสมและลดโอกาสเกิดปัญหาทางระบบย่อยอาหารครับ 🐶🐱

สูตรอาหาร Wellness CORE ช่วยดูแลปัญหาก้อนขน (Hairball) ในแมวได้อย่างไร?

สูตรอาหาร Wellness CORE สำหรับแมว มีการเพิ่มปริมาณ ใยอาหาร (dietary fibre) และเสริม เซลลูโลส (cellulose) เพื่อช่วยให้เส้นขนที่แมวเลียเข้าไปสามารถ เคลื่อนผ่านระบบทางเดินอาหารได้ดีขึ้น

เซลลูโลสเป็นใยอาหารที่มีการหมักต่ำ จึงไม่ถูกรบกวนโดยจุลินทรีย์ในลำไส้มากนัก ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการ “กวาด” เส้นขนที่กลืนเข้าไปออกมากับอุจจาระ และช่วย ลดการเกิดก้อนขนในกระเพาะอาหาร

นอกจากนี้ ด้วยการเสริม กรดไขมันโอเมก้า ร่วมกับแหล่งโปรตีนจากเนื้อสัตว์คุณภาพสูง สูตรอาหาร Wellness CORE สำหรับแมวยังช่วยส่งเสริม สุขภาพผิวหนังและขนให้เงางาม แข็งแรง ซึ่งช่วยลดการหลุดร่วงของขน และลดปริมาณขนที่แมวเลียเข้าไป

แนวทางการดูแลแบบ สองทาง (dual approach) นี้ ช่วยทั้ง ลดปริมาณขนที่กลืนเข้าไป และ ลดโอกาสการอาเจียนก้อนขน โดยช่วยให้เส้นขนเคลื่อนผ่านระบบย่อยอาหารอย่างนุ่มนวลครับ 🐱

จริงหรือไม่ที่แมวเป็นสัตว์กินเนื้อ และจำเป็นต้องได้รับเนื้อสัตว์ในปริมาณมาก?

จริงครับ โดยธรรมชาติแล้วแมวเป็น สัตว์กินเนื้อโดยสมบูรณ์ (obligate carnivore) และจำเป็นต้องได้รับอาหารที่อุดมไปด้วย เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ รวมถึงต้องการ ปริมาณโปรตีนรวมที่สูงกว่า สัตว์เลี้ยงชนิดอื่น

แนวคิดด้านโภชนาการในลักษณะนี้ช่วยให้แมวได้รับ กรดอะมิโนที่จำเป็นครบถ้วน ซึ่งมีความสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีโดยรวมของแมว และกรดอะมิโนเหล่านี้สามารถได้รับอย่างครบถ้วน จากโปรตีนที่มาจากเนื้อสัตว์เท่านั้น ครับ 🐱

Guaranteed Analysis (GA) บอกข้อมูลอะไรกับเราบ้าง?

Guaranteed Analysis (GA) คือชุดข้อมูลทางโภชนาการเฉพาะที่กำหนดให้ต้องแสดงบนฉลากอาหารสัตว์ ตามข้อกำหนดของ AAFCO (Association of American Feed Control Officials)

ข้อมูลใน Guaranteed Analysis จะระบุ ค่าทางโภชนาการขั้นต่ำหรือค่าสูงสุด ของสารอาหารแต่ละชนิดสำหรับผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ ผู้เลี้ยงสัตว์ ผู้เชี่ยวชาญ ร้านค้า และสัตวแพทย์ ใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกอาหาร รวมถึงกำหนด ปริมาณอาหารที่เหมาะสมในการให้อาหารสัตว์เลี้ยง ครับ 🐶🐱

ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงมีแก๊สหรือผายลมหลังจากกินอาหาร?

การเกิดแก๊สในปริมาณเล็กน้อยถือเป็น กระบวนการปกติของระบบย่อยอาหาร โดยสัตว์เลี้ยงบางตัวอาจมีแก๊สมากกว่าตัวอื่นได้

อาการผายลมมากผิดปกติอาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น

- กินอาหารในปริมาณมากเกินไป

- กินอาหารเร็วเกินไป

- มีการเปลี่ยนอาหาร

หากสัตว์เลี้ยงเพิ่งเปลี่ยนอาหารใหม่ อาการดังกล่าวอาจ ค่อย ๆ หายไปเองภายในไม่กี่สัปดาห์ เมื่อใยอาหารและพรีไบโอติกเริ่มช่วยสนับสนุนสุขภาพของระบบย่อยอาหารได้ดีขึ้น

ในกรณีของสัตว์เลี้ยงอายุน้อย อาการผายลมอาจ ลดลงตามธรรมชาติ เมื่อระบบย่อยอาหารพัฒนาและสมบูรณ์มากขึ้นครับ 🐶🐱

ทำไมสัตว์เลี้ยงถึงมีแก๊สหรือผายลมหลังจากกินอาหาร?

อาการอุจจาระเหลวหรือท้องเสียสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุที่พบบ่อยมี 3 ประการ ได้แก่

1.การเปลี่ยนอาหารเร็วเกินไป

2.การให้อาหารมากเกินไปอย่างฉับพลัน

3.ปัญหาสุขภาพภายในร่างกาย

การเปลี่ยนอาหารเร็วเกินไปมักเป็นสาเหตุหลักของอาการอุจจาระเหลว แม้ว่าสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่จะสามารถปรับตัวกับอาหารใหม่ได้ดี แต่การเห็นผลของอาหารใหม่อย่างเต็มที่อาจต้องใช้เวลานานถึง ประมาณ 4 สัปดาห์ โดยเฉพาะในสัตว์เลี้ยงที่มีความไวต่ออาหารหรือมีแนวโน้มแพ้อาหาร

หากผู้เลี้ยงคิดว่าสัตว์เลี้ยงมีความบอบบางต่ออาหาร แนะนำให้ เปลี่ยนอาหารแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วง 7–10 วัน เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารปรับตัวได้ดี และส่งเสริมสุขภาพโดยรวมอย่างเหมาะสม

อีกหนึ่งสาเหตุที่พบบ่อยคือ การให้อาหารมากเกินไปในทันที ซึ่งอาจทำให้สัตว์เลี้ยงมีอาการอุจจาระเหลวได้ โดยสาเหตุหลักมาจากการได้รับพลังงานและสารอาหารเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอาหารที่มี ไขมันสูง ซึ่งอาจเพิ่มภาระให้กับระบบย่อยอาหาร

เมื่อปรับลดปริมาณอาหารให้เหมาะสม อาการอุจจาระเหลวมักจะ กลับมาเป็นปกติภายใน 1–2 วัน หากเห็นว่าอาการดังกล่าว ไม่ตรงกับสาเหตุข้างต้น พอลล่าแนะนำให้ ปรึกษาสัตวแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการดูแลที่เหมาะสมครับ 🐶🐱

Wellness CORE มั่นใจได้อย่างไรว่าสูตรอาหารช่วยดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงได้เหนือความคาดหวัง?

Wellness CORE พัฒนาสูตรอาหารโดยยึดหลักโภชนาการที่มีงานวิจัยรองรับ เพื่อให้สุนัขและแมวมีสุขภาพดีอย่างรอบด้าน โดยสะท้อนออกมาเป็น 5 สัญญาณของสุขภาพที่ดี (5 Signs of Wellbeing™) ดังนี้

1) ระบบย่อยอาหารแข็งแรง (Healthy Digestion) สูตร Wellness CORE เสริม ใยอาหาร พรีไบโอติก และโปรไบโอติก เพื่อช่วยดูแลระบบทางเดินอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพการย่อยและการดูดซึมสารอาหาร พร้อมช่วยให้คุณภาพอุจจาระดีอย่างสม่ำเสมอ

2) ผิวหนังและขนสุขภาพดี (Healthy Skin & Coat) ด้วยการเสริม กรดไขมันโอเมก้า ในระดับที่เหมาะสม ช่วยบำรุงผิวหนังให้แข็งแรง ลดปัญหาผิวแห้ง และช่วยให้ขนเงางาม สุขภาพดี

3) พลังงานและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (Energy & Muscle Health) Wellness CORE เน้น โปรตีนจากเนื้อสัตว์คุณภาพสูง เพื่อช่วยดูแลมวลกล้ามเนื้อ ให้พลังงานที่เหมาะสมต่อการใช้ชีวิตที่กระฉับกระเฉงของสุนัขและแมว

4) ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง (Strong Immune System) เนื่องจากภูมิคุ้มกันส่วนใหญ่อยู่ที่ลำไส้ Wellness CORE จึงใช้การผสมผสานของ ใยอาหาร พรีไบโอติก และโปรไบโอติก เพื่อช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันจากภายใน พร้อมช่วยป้องกันเชื้อก่อโรค

5) สุขภาพโดยรวมและรูปร่างสมส่วน (Overall Wellbeing & Ideal Body Condition) สูตรอาหารได้รับการออกแบบให้ สมดุล ครบถ้วน และเหมาะสมกับช่วงวัย ช่วยควบคุมน้ำหนัก รักษารูปร่างสมส่วน และส่งเสริมสุขภาพโดยรวมในระยะยาว

มาตรฐานโภชนาการ USA

สูตรอาหาร Wellness CORE ทุกสูตร เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและสมดุล (Complete & Balanced) ตามมาตรฐานของ

- AAFCO (USA)

- อ้างอิงความต้องการสารอาหารจาก NRC

พร้อมการทดสอบเพิ่มเติมนอกเหนือจากข้อกำหนด เพื่อยืนยันทั้งคุณค่าทางโภชนาการ ความย่อยง่าย คุณภาพอุจจาระ และความน่ากินของอาหารจริงในชีวิตประจำวันครับ

🐶🐱
คำว่า “naturally hypoallergenic” หมายความว่าอะไร และทำไมจึงใช้คำนี้?

คำว่า naturally hypoallergenic หมายถึง สูตรอาหารที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดโอกาสในการก่อให้เกิดอาการแพ้อาหาร โดยอาศัยการคัดเลือกวัตถุดิบตามธรรมชาติ ไม่ใช่การใช้สารเคมีหรือกระบวนการพิเศษใด ๆ

สูตรอาหาร Wellness CORE ใช้วิธี ตัดแหล่งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตที่พบบ่อยว่าเป็นสารก่อภูมิแพ้ ออกไป พร้อมทั้งเลือกใช้ จำนวนวัตถุดิบโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตในสูตรอย่างจำกัด

แนวทางนี้ช่วยให้สูตรอาหารของ Wellness CORE เหมาะสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีแนวโน้ม แพ้อาหารหรือมีระบบย่อยอาหารบอบบาง และช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปฏิกิริยาต่ออาหารในชีวิตประจำวันครับ 🐶🐱

หากต้องการทราบเกี่ยวกับวัตถุดิบหรือส่วนผสมที่ใช้เพิ่มเติม จะต้องทำอย่างไร?
คุณสามารถดูได้จาก ส่วนผสมของเรา หรือติดต่อเพื่อสอบถามได้ที่ marketing@pet2go.net วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8:30 - 17:30 น. (เว้นวันหยุดราชการ)
ช่วงวัย (Life Stage)
ควรเปลี่ยนอาหารเป็นสูตร “Senior” เมื่อไหร่?

เมื่อสุนัขมีอายุมากขึ้น อาจเริ่มพบการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เช่น
การย่อยอาหารที่ช้าลง ปัญหาข้อต่อ น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และ/หรือระดับกิจกรรมที่ลดลง
แม้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเห็นชัดเจนมากขึ้นในสุนัขที่มีอายุมากกว่า 10 ปี แต่แนะนำให้เริ่มให้อาหารสำหรับสุนัขสูงวัย เชิงป้องกัน (proactive) ก่อนที่จะมีอาการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน

ช่วงอายุที่เหมาะสมในการเปลี่ยนไปใช้อาหารสูตร Senior จะแตกต่างกันไปตามขนาดสายพันธุ์ โดยสามารถอ้างอิงจากตารางแนวทางด้านล่างนี้:

อายุที่ควรเปลี่ยนเป็นอาหารสูตร Senior ตามขนาดสายพันธุ์

  • สุนัขพันธุ์เล็ก: อายุประมาณ 7 ปี
  • สุนัขพันธุ์กลาง: อายุประมาณ 7 ปี
  • สุนัขพันธุ์ใหญ่: อายุประมาณ 6 ปี
  • สุนัขพันธุ์ยักษ์: อายุประมาณ 5 ปี

Wellness CORE Senior ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของสัตว์เลี้ยงวัยสูงอายุ
ด้วยปริมาณโปรตีนที่สูงขึ้นเพื่อช่วยคงมวลกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหว
ไขมันที่ลดลงให้เหมาะสมกับระดับพลังงานที่เปลี่ยนไป
และเสริมด้วย กลูโคซามีน และคอนดรอยตินซัลเฟต เพื่อดูแลสุขภาพข้อต่อ

แม้ว่า Wellness CORE Senior จะเป็นสูตรที่เราแนะนำสำหรับสัตว์เลี้ยงวัยสูงอายุ
แต่อาหาร Wellness CORE สูตร Adult ส่วนใหญ่ ได้รับการออกแบบให้มีโภชนาการสมดุล
เหมาะสำหรับทุกช่วงวัยของสุนัขและแมวเช่นกัน

ทำไม Wellness CORE สูตร Puppy จึงเหมาะสำหรับลูกสุนัขวัยเจริญเติบโต?

อาหาร Wellness CORE Puppy ถูกพัฒนาขึ้นโดยมุ่งเน้นการเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกสุนัขโดยเฉพาะ

เนื่องจากความต้องการสารอาหารของลูกสุนัขสามารถสูงกว่าสุนัขโตเต็มวัยได้มากถึง 5 เท่า
อาหารสำหรับลูกสุนัขจึงจำเป็นต้องมีปริมาณ โปรตีน ไขมัน กรดไขมัน และวิตามิน ในระดับที่สูงขึ้น
เพื่อช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตของร่างกายและการพัฒนาของกล้ามเนื้ออย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ กรดไขมันโอเมก้า-3 ชนิดสายยาว ได้แก่ DHA และ EPA
ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อ พัฒนาการของสมองและสายตา ในช่วงวัยเริ่มต้นของชีวิต

ควรเปลี่ยนจากอาหารลูกสุนัข (Puppy) เป็นอาหารสุนัขโตเต็มวัย (Adult)เมื่อไหร่?

อาหาร Wellness CORE Puppy ถูกพัฒนาขึ้นโดยมุ่งเน้นการเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกสุนัขโดยเฉพาะ

คุณสามารถเริ่มเปลี่ยนไปใช้อาหารสูตรสุนัขโตเต็มวัยได้
เมื่อสุนัขของคุณมีการเจริญเติบโตของโครงสร้างร่างกายครบสมบูรณ์แล้ว
โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นเมื่ออายุประมาณ 12 เดือน สำหรับสุนัขพันธุ์เล็กและพันธุ์กลาง

อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่แน่ใจหรือมีความกังวล
เราแนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์ เพื่อประเมินว่าสุนัขของคุณพร้อมสำหรับการเปลี่ยนไปใช้อาหารสูตร Adult แล้วหรือไม่

อายุที่เหมาะสมในการเปลี่ยนเป็นอาหารสูตร Adult ตามขนาดสายพันธุ์

  • สุนัขพันธุ์เล็ก: อายุประมาณ 12 เดือน
  • สุนัขพันธุ์กลาง: อายุประมาณ 12 เดือน
  • สุนัขพันธุ์ใหญ่: อายุประมาณ 18 เดือน
  • สุนัขพันธุ์ยักษ์: อายุประมาณ 24 เดือน
ปริมาณอาหารสำหรับสุนัขแม่พันธุ์ต้องมีการปรับเปลี่ยนจากเดิมหรือไม่?

ช่วงการตั้งท้องและการให้นมลูก สุนัขแม่พันธุ์จะมีความต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ดังนั้น ปริมาณอาหารที่ได้รับจึงจำเป็นต้องมีการปรับเพิ่ม
เพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่สูงขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

โภชนาการที่เหมาะสมในช่วงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง
ทั้งต่อสุขภาพของแม่สุนัขเอง และการเจริญเติบโตของลูกสุนัข

ตารางด้านล่างนี้จะแสดง แนวทางการเพิ่มปริมาณอาหารจากระดับปกติ (daily maintenance)
โดยปรับตามสัปดาห์ของการตั้งท้องและการให้นม
เพื่อช่วยให้สุนัขแม่พันธุ์ได้รับสารอาหารและพลังงานอย่างเพียงพอในแต่ละช่วงเวลา

แม่แมวที่ตั้งท้องหรือให้นมลูก ควรให้อาหารอะไร?

Wellness CORE สูตร Kitten Original ครับ เป็นสูตรที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งช่วงการเจริญเติบโตและช่วงให้นมลูกโดยเฉพาะ

ด้วยความเป็นอาหารที่มีความหนาแน่นของสารอาหารสูง (nutrient-dense)
สูตรนี้จึงช่วยให้แม่แมวได้รับโภชนาการที่จำเป็นอย่างครบถ้วน

นอกจากพลังงานและสารอาหารหลักแล้ว
สูตรนี้ยังเสริมด้วย DHA วิตามิน และสารต้านอนุมูลอิสระ
เพื่อช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
พร้อมพลังงานที่เหมาะสมจาก โปรตีนคุณภาพสูงและไขมันที่ดี
ซึ่งช่วยสนับสนุนการเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกแมวทุกตัว

สำหรับปริมาณการให้อาหาร
แนะนำให้ ปล่อยให้แม่แมวกินได้ตามต้องการ (Free Feeding)
เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการพลังงานและโภชนาการที่เพิ่มขึ้นในช่วงตั้งท้องและให้นมลูก

การเปลี่ยนอาหารและการให้อาหาร
หากต้องการเปลี่ยนจากอาหารเดิมที่เคยให้กับสุนัขหรือแมวมาเป็นอาหารของ Wellness ฉันต้องทำอย่างไร? 

วิธีที่ดีที่สุดควรเริ่มจากการผสมอาหารใหม่ส่วนหนึ่งรวมกับอาหารเดิม แล้วค่อยๆ เพิ่มสัดส่วนขึ้นจนทดแทนได้ทั้งหมด ซึ่งวิธีนี้มีความสำคัญมากในกรณีที่อาหารใหม่อย่าง Wellness มีรสชาติที่ดีกว่าอาหารเดิม เพราะการผสมอาหารจะทำให้สัตว์เลี้ยงปรับตัวกับรสชาติใหม่และผลีผลามกินอาหารใหม่ในปริมาณที่มากเกินพอดี 

หากไม่สะดวกในการผสมอาหาร คุณยังสามารถทำตามคำแนะนำดังต่อไปนี้:

  • แบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยๆ โดยให้อาหารในปริมาณที่น้อยลงแต่บ่อยครั้งขึ้น เพื่อลดโอกาสในการกินอาหารปริมาณมากเกินไปในคราวเดียว ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างปกติและอุจาระมีลักษณะเป็นก้อน วิธีนี้เหมาะมากสำหรับสุนัข/แมวในช่วงวัยเด็กและสูงวัย 
  • เติมน้ำอุ่นลงไปเพื่อช่วยให้อาหารนิ่มลง 
  • เติมกรดช่วยย่อยตามธรรมชาติ เช่น ข้าวกล้องต้มสุก หรือ ฟักทองกระป๋องแบบปราศจากน้ำตาล 
ควรเริ่มเปลี่ยนมาให้ Wellness CORE อย่างไร?
เพื่อให้ระบบย่อยอาหารของเด็กๆ ปรับตัวได้ดีที่สุด เราแนะนำให้ใช้เวลาประมาณ 7-10 วันครับ
  • วันแรกๆ: ผสม Wellness CORE 25% กับอาหารเดิม
  • วันที่ 4-5: ปรับสัดส่วนเป็น 50%
  • วันที่ 7-8: ปรับเป็น 75%
  • หลังจากนั้นจึงให้ Wellness CORE 100% ครับ
ฉันสามารถสลับสูตรอาหาร Wellness CORE (เช่น จากไก่ไปเป็นปลา) ได้หรือไม่?
ได้ครับ! การสลับรสชาติหรือสูตร (Rotational Feeding) ช่วยให้สัตว์เลี้ยงได้รับสารอาหารที่หลากหลายและไม่เบื่ออาหาร แต่สำหรับน้องที่มีระบบย่อยแพ้ง่าย แนะนำให้ค่อยๆ ผสมในการเปลี่ยนสูตรเช่นเดียวกันครับ
ข้อแนะนำในการให้อาหารสุนัขและแมว Wellness CORE
คำแนะนำในการให้อาหารอ้างอิงจากอะไรบ้าง?
แม้ว่าสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวจะมีความแตกต่างกัน แต่แนวทางการให้อาหารโดยทั่วไปสามารถคำนวณได้จาก ช่วงวัยปัจจุบัน, น้ำหนักตัว และ ระดับกิจกรรมของสัตว์เลี้ยง ปัจจัยทั้ง 3 ข้อนี้จะเป็นตัวกำหนดว่าร่างกายต้องการพลังงาน (แคลอรี่) ต่อวันเท่าใดเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการในแต่ละวัน โดยปริมาณอาหารที่แนะนำถือเป็น จุดเริ่มต้น เท่านั้น และควรปรับเพิ่มหรือลดครั้งละประมาณ 10% หากสังเกตว่าสัตว์เลี้ยงมีน้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นค่ะ 🐶🐱
kcal คืออะไร?
ตัวย่อ kcal มาจากคำว่า กิโลแคลอรี (kilocalorie) ซึ่งโดยทั่วไปจะเรียกสั้น ๆ ว่า แคลอรี (calorie) แคลอรีคือหน่วยวัดพลังงาน และเป็นข้อมูลมาตรฐานที่พบได้บนฉลากโภชนาการของอาหารส่วนใหญ่ เมื่อเห็นคำว่า kcal บนฉลากในบริบทของโภชนาการ หมายความว่าเป็นการระบุ ค่าพลังงานของอาหารนั้น ๆ ครับ
ควรให้อาหารเปียกและอาหารเม็ดกับแมวในสัดส่วนเท่าไร?
เมื่อพูดถึงรูปแบบของอาหาร ไม่มีกฎตายตัวหรือสูตรคำนวณเดียวที่เหมาะกับสัตว์เลี้ยงทุกตัว เนื่องจากสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวมีความแตกต่างกัน ปริมาณอาหารเปียกและอาหารเม็ดที่ให้จึงมักขึ้นอยู่กับ ความเหมาะสมและความชอบส่วนบุคคล ของผู้เลี้ยงและตัวแมวเอง อาหารเปียกเป็นแหล่งของความชุ่มชื้นที่ดี และยังช่วยเพิ่มความอยากอาหารในมื้ออาหารอีกด้วย การเพิ่มสัดส่วนอาหารเปียกมักถือว่าเป็นประโยชน์สำหรับแมว เนื่องจากช่วย สนับสนุนสุขภาพระบบทางเดินปัสสาวะ สิ่งสำคัญในการเลือกให้อาหารในแต่ละรูปแบบ คือ ต้องมั่นใจว่า อาหารส่วนใหญ่ที่แมวได้รับเป็นอาหารคุณภาพสูงที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วนและสมดุล (complete & balanced) โดยเฉพาะในกรณีของอาหารเปียก หากอาหารนั้นเป็นเพียง อาหารเสริมหรือท็อปเปอร์ (mixer หรือ topper) ควรถือว่าเป็นขนมหรือของเสริม และไม่ควรให้เกิน 10% ของปริมาณอาหารทั้งหมดต่อวัน ครับ 🐱
ทำไมจึงแนะนำให้ให้อาหารในปริมาณที่แตกต่างยี่ห้ออื่นที่ใกล้เคียงกัน?
แนวทางการให้อาหารของ Wellness CORE ถูกพัฒนาขึ้นโดยอ้างอิงจาก ความต้องการพลังงาน (กิโลแคลอรีต่อวันต่อสุนัขหรือแมว) ตามคำแนะนำของ NRC (National Research Council) และมาตรฐานโภชนาการอาหารสัตว์ของ AAFCO (Association of American Feed Control Officials) สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีระดับกิจกรรมตามปกติ ในกรณีของสูตรอาหารที่ออกแบบมาเพื่อ ควบคุมน้ำหนักหรือรักษาน้ำหนักตัว จะมีการคำนวณโดยใช้ค่าความต้องการพลังงานที่ต่ำลง เพื่อให้เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงที่มีกิจกรรมลดลง นอกจากปริมาณพลังงาน (แคลอรี) ของอาหารเม็ดแล้ว ความหนาแน่นของเม็ดอาหาร (kibble density) ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อปริมาณการให้อาหาร แม้จะไม่สามารถเปรียบเทียบวิธีการคำนวณของแบรนด์อื่นได้โดยตรง แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงเมื่อเปรียบเทียบอาหารระหว่างแบรนด์ คือ ความแตกต่างของน้ำหนักและความหนาแน่นของเม็ดอาหาร ในบางกรณี อาหารที่มีเม็ดเบากว่าอาจต้องให้ในปริมาณที่มากขึ้น เพื่อให้สัตว์เลี้ยงได้รับ พลังงานต่อวันอย่างเหมาะสมและเพียงพอ ตามความต้องการของร่างกายครับ 🐶🐱
การเก็บรักษา
ควรเก็บรักษาอาหาร Wellness CORE อย่างไรให้สดใหม่ที่สุด?

อาหารเม็ด (Dry Food)

หลังจากเปิดถุงแล้ว แนะนำให้ใช้อาหารให้หมดภายใน 3 เดือน ควรเก็บอาหารไว้ใน ถุงเดิมของสินค้า โดยม้วนปากถุงให้แน่นทุกครั้งหลังเปิดใช้ และเก็บไว้ในที่ แห้ง เย็น และควรหลีกเลี่ยงแสงแดด (ถ้าเป็นที่มืดจะดีที่สุด)

หากต้องการเก็บในภาชนะอื่น แนะนำให้ นำทั้งถุงอาหารใส่ลงไปในภาชนะ แทนการเทอาหารออกจากถุง และควรเก็บภาชนะไว้ในบริเวณที่ไม่โดนความร้อนหรือแสงมากเกินไป

❌ ไม่แนะนำให้แช่แข็งอาหาร

อายุการเก็บรักษา (Shelf Life) ของผลิตภัณฑ์ Wellness CORE คืออย่างไร?

ผลิตภัณฑ์ Wellness CORE ทุกถุง ทุกกระป๋อง และทุกซอง จะมีการระบุ วันควรบริโภคก่อน (Best Before Date) บนบรรจุภัณฑ์ เพื่อช่วยให้ผู้เลี้ยงสามารถตรวจสอบความสดใหม่ของสินค้าได้อย่างชัดเจน

  • อาหารเม็ด (Dry Food) มีอายุการเก็บรักษา 18 เดือน นับจากวันที่ผลิต
  • อาหารเปียกแบบกระป๋อง (Canned Food) มีอายุการเก็บรักษา 3 ปี นับจากวันที่ผลิต
  • วันควรบริโภคก่อนจะถูกพิมพ์ไว้บนบรรจุภัณฑ์ทุกชิ้น โดยสามารถตรวจสอบได้ตามตำแหน่งดังนี้:

  • อาหารเม็ดทุกสูตร: อยู่ที่ ด้านหลังของถุง
  • อาหารกระป๋องทุกชนิด: อยู่ที่ ด้านล่างของกระป๋อง
  • อาหารเปียกแบบซอง (Wet Pouch): อยู่ที่ ด้านหลังของซอง