6 วิธีช่วยสุนัขลดอาการวิตกกังวลเมื่อต้องแยกจาก ในช่วงเปิดเทอม

เด็กๆ กำลังจะกลับไปโรงเรียน พ่อแม่ก็กลับเข้าสู่ตารางงานปกติ แต่แล้วสุนัขล่ะ? การเปลี่ยนแปลงในกิจวัตรประจำวันช่วงนี้ไม่ใช่แค่คนเท่านั้นที่ต้องปรับตัว แต่สุนัขของคุณอาจเกิดอาการวิตกกังวลเมื่อต้องแยกจากเจ้าของได้ นี่คือ

6 วิธีช่วยบรรเทาอาการวิตกกังวลเมื่อต้องแยกจากสุนัขในช่วงเปิดเทอม:

 

  1. ให้สุนัขค่อยๆ ปรับตัวกับการอยู่บ้านคนเดียวมากขึ้นในที่ปลอดภัยของเขา ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน กล่อง หรือมุมที่เขาคุ้นเคย แทนที่จะพาเขาไปด้วยตอนออกไปข้างนอกหรือทะเล ลองให้เขาอยู่คนเดียวเป็นเวลาสั้นๆ ก่อน
  2. หาเจ้าหน้าที่พาสุนัขเดินเล่น! การอยู่บ้านคนเดียวทั้งวันทำงานนั้นนานเกินไปสำหรับสุนัข โดยเฉพาะถ้าเขาคุ้นกับการได้ออกไปข้างนอกหลายครั้งในแต่ละวันช่วงฤดูร้อน มีเจ้าหน้าที่พาสุนัขเดินเล่นมากมายในพื้นที่ของคุณ แต่ควรเลือกคนที่น่าเชื่อถือ มีประกันและผ่านการตรวจสอบ
  3. ให้ของเล่นฝึกสมอง เช่น ของเล่นปริศนา หรือของเล่นที่ต้องหาอาหารเอง เพื่อกระตุ้นจิตใจของเขาระหว่างวัน ช่วยให้เขาไม่เบื่อ ของเล่นบางชนิดสามารถแช่แข็งให้เป็นขนมพิเศษเพื่อให้เขาทำกิจกรรมได้นานขึ้น
  4. ตื่นเช้าแล้วพาสุนัขเดินเล่นหรือวิ่งจ็อกกิ้ง แม้ว่าคุณจะต้องตื่นเช้าโดยไม่กดปุ่มเลื่อนเวลา (Snooze) แต่จะช่วยให้สุนัขของคุณได้ออกกำลังกายจนเหนื่อยก่อนที่คุณจะออกไปข้างนอก และลดโอกาสที่เขาจะตื่นเต้นเกินไปเมื่อคุณกลับบ้าน
  5. หากสุนัขของคุณชอบ สถานรับเลี้ยงสุนัขรายวันก็เป็นทางเลือกที่ดี เด็กๆ กลับไปโรงเรียน แล้วทำไมไม่ส่งเจ้าร็อคเกอร์ไป “โรงเรียน” ด้วยล่ะ? เขาจะไม่ต้องอยู่บ้านคนเดียวทั้งวัน สามารถเล่นกับเพื่อนสุนัขและกลับบ้านอย่างเหนื่อยล้า แต่อย่าลืมศึกษาข้อมูลและนโยบายของสถานรับเลี้ยงสุนัขในพื้นที่ให้มั่นใจก่อน
  6. คุณรู้ไหมว่า Spot สามารถเป็นเพื่อนเรียนที่ดีได้ โดยเฉพาะเด็กๆ ที่กำลังฝึกอ่าน สุนัขในบ้านสามารถเป็นเพื่อนที่ไม่ตัดสินช่วยให้เด็กฝึกอ่านออกเสียง ใครจะไม่ชอบนอนกอดสุนัขพร้อมหนังสือดีๆ หลังจากวันเรียนหรือทำงานหนัก?
  7.  

นอกจากข้อแนะนำข้างต้นแล้ว การช่วยให้สุนัขคุ้นเคยกับ “สัญญาณ” ที่บอกว่าคุณกำลังจะออกไปก็ช่วยได้ เช่น สุนัขอาจเชื่อมโยงเสียงคุณหยิบกุญแจรถกับการพาเขาไปขับรถ หรือการผูกเชือกรองเท้าคือสัญญาณว่าคุณจะพาเขาเดินเล่น ลองทำซ้ำๆ หยิบแล้ววางกุญแจ หรือใส่รองเท้าเดินเล่นรอบบ้านแล้วถอดออก เพื่อให้สัญญาณเหล่านี้ไม่เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ง่ายและลดความเครียดเมื่อคุณออกไปโดยไม่พาเขาไปด้วย

ขอให้ทุกคนมีปีการศึกษาที่มีความสุขและประสบความสำเร็จ!

👉 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
ทักแชท: m.me/wellnesspetfoodthailand
Website: https://www.wellnesspetfood.co.th/
.
🌟แชร์ชีวิตที่ดีร่วมกัน แชร์ WELLNESS อาหารสัตว์เลี้ยงที่แนะนำโดยสัตวแพทย์ 🌟

🛒 หาซื้อได้แล้ววันนี้ ที่ร้านเพ็ทช็อปชั้นนำทั่วไป

5 เหตุผลที่ทำให้แมวสีส้มพิเศษไม่เหมือนใคร

วันชื่นชมแมวสีส้ม (Ginger Cat Appreciation Day) จัดขึ้นในเดือนกันยายน แต่ความจริงแล้วทุกวันก็เป็นวันที่เหมาะจะเฉลิมฉลองให้กับเจ้าแมวขนส้มแสนน่ารักที่มักถูกมองข้ามเหล่านี้ได้ทั้งนั้น!

หลายคนในอเมริกาคงคุ้นเคยกับตัวละครแมวสีส้มในตำนานอย่าง การ์ฟิลด์ ที่เต็มไปด้วยความตลก ขี้เล่น และความกวนโอ๊ย หรือ ฮอบส์ จาก Calvin and Hobbes ที่แสดงถึงความขี้เล่นและสัญชาตญาณของแมวได้อย่างชัดเจน แม้ว่าบางคนอาจรู้ข้อเท็จจริงเหล่านี้แล้ว แต่ลองมาดู 5 เหตุผลว่าทำไมแมวสีส้ม (หรือที่รู้จักกันในชื่อ Orange Tabby Cats) ถึงพิเศษสุดๆ กัน:

สีขนของพวกเขา:

Orange cat

Photo by Christin Hume on Unsplash

เหมือนกับมนุษย์ แมวสีส้มก็มีหลายเฉด ตั้งแต่สีส้มอ่อน สีแดง จนถึงเหลืองทอง สีเหล่านี้เกิดจากเม็ดสีที่ชื่อว่า pheomelanin ซึ่งยิ่งมีมาก ก็ยิ่งทำให้สีส้มของแมวดูเข้มขึ้น

เพศของพวกเขา:

แมวสีส้มส่วนใหญ่เป็นเพศผู้

นั่นเป็นเพราะยีนสีส้มอยู่บนโครโมโซม X แมวตัวเมียมีโครโมโซม X สองชุด จึงต้องมียีนสีส้มทั้งสองชุดจึงจะแสดงสีนี้ได้ ขณะที่แมวตัวผู้มี X แค่ชุดเดียว หากมียีนสีส้มก็จะแสดงออกเลย ทำให้มีแมวสีส้มเพศผู้มากกว่าเพศเมียประมาณ 3 ต่อ 1
แมวตัวผู้สีส้มจะให้กำเนิดลูกแมวที่เป็นสีส้มหรือกระดองเต่า (tortoiseshell) หากทั้งพ่อและแม่เป็นสีส้ม ลูกแมวทั้งหมดก็จะเป็นสีส้มเช่นกัน

นิสัยของพวกเขา:

Orange cat

Photo by Tony Wang on Unsplash

แม้ว่าการเข้าสังคมตั้งแต่เล็กจะมีผลต่อพฤติกรรมของแมวตอนโต แต่ก็มีข้อมูลจากประสบการณ์เจ้าของแมวหลายคนที่ว่า สีขนก็มีผลกับนิสัยเช่นกัน
แมวตัวผู้สีส้มมักจะมีนิสัยชัดเจน ชอบส่งเสียง และกระตือรือร้น ส่วนแมวตัวเมียสีส้มจะนิ่งกว่า และขี้อ้อนเงียบๆ มากกว่า

ลวดลายของขน:

แมวสีส้มมีลายขน 5 แบบ ได้แก่

  • Classic (ลายวน)

  • Mackerel (ลายขวางเป็นเส้นเหมือนปลาแมคเคอเรล)

  • Spotted (ลายจุด)

  • Ticked (ลายละเอียดทั่วตัว)

  • Patched (ลายกระจุกกระจาย)

Ticked orange tabby cat

Example of a ticked pattern orange Tabby cat

แมวสีส้มทุกตัวคือลายแท็บบี้ (Tabby):

แมวสีส้มทุกตัวมี agouti gene ซึ่งทำให้เกิดลายแท็บบี้ แต่ไม่ใช่แมวแท็บบี้ทุกตัวจะเป็นสีส้ม
ลักษณะเฉพาะของแมวแท็บบี้ที่เห็นได้ชัดคือเครื่องหมายตัว “M” บนหน้าผาก และมักถูกเรียกว่า “เสือจิ๋ว” เพราะลายขนคล้ายกัน

orange cat

Notice the “M” marking on this orange kitty’s forehead.

*Via Science Focus

👉 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
ทักแชท: m.me/wellnesspetfoodthailand
Website: https://www.wellnesspetfood.co.th/
.
🌟แชร์ชีวิตที่ดีร่วมกัน แชร์ WELLNESS อาหารสัตว์เลี้ยงที่แนะนำโดยสัตวแพทย์ 🌟

🛒 หาซื้อได้แล้ววันนี้ ที่ร้านเพ็ทช็อปชั้นนำทั่วไป

อะไรที่ทำให้ CORE® RawRev สำหรับแมวไม่เหมือนใคร?

ถ้าคุณได้อ่านโพสต์ของเราเรื่อง “How to Honor Your Cat’s Inner Lion” (หรือเคยเจอแมวมาก่อน!) คุณจะรู้ว่าแมวมีสัญชาตญาณที่อยากกินโปรตีนจากสัตว์ดิบ และมันก็มีเหตุผลที่ดี เพราะแมวเป็นสัตว์กินเนื้อโดยสมบูรณ์ พวกมันต้องการอาหารที่มีโปรตีนสูงเพื่อให้มีสุขภาพดี

ถ้าคุณกำลังพิจารณาจะให้อาหารดิบ

คุณเคยสงสัยไหมว่าการผสมอาหารดิบเข้าไปในมื้ออาหารของแมวจะเป็นอย่างไร? ในเชิงโภชนาการ โปรตีนดิบให้วิตามินและแร่ธาตุที่อาหารปรุงสุกไม่มี เว้นแต่จะเติมเพิ่มเข้าไป แต่การเติมโปรตีนดิบในอาหารแมวก็มีความท้าทาย เช่น เรื่องความปลอดภัยในการจัดการอาหารดิบ และการเสิร์ฟอาหารดิบที่ค่อนข้างเลอะเทอะ ซึ่งเจ้าของแมวหลายคนไม่สะดวกใจ

สูตรอาหารดิบไม่เหมือนกันทุกสูตร

เพื่อให้ได้ประโยชน์จากโปรตีนดิบในอาหาร ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ผสมคิบเบิลแบบดั้งเดิมของแมวเข้ากับวัตถุดิบดิบแบบฟรีซดราย อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด

raw rev cat

อาหารแมวที่ใส่เนื้อดิบฟรีซดรายส่วนใหญ่มักจะผสมเนื้อดิบกับสารเติมแต่งหรือวัตถุดิบอื่นเพื่อประหยัดต้นทุน ซึ่งหมายความว่าแมวของคุณอาจได้รับสารอาหารจากเนื้อดิบก็จริง แต่ก็จะได้คาร์โบไฮเดรต สารเติมแต่ง และแคลอรี่ที่ไม่จำเป็นไปด้วย

CORE RawRev cat freeze dried pieces

Freeze Dried Pieces Made of 100% Turkey found in CORE RawRev for Cats

แทนที่จะผสมโปรตีนดิบกับวัตถุดิบอื่น CORE RawRev สูตรใหม่ของ Wellness สำหรับแมว จึงเลือกใช้คิบเบิลที่มีโปรตีนสูง ปราศจากธัญพืช ผสมกับเนื้อไก่งวงดิบฟรีซดรายล้วนๆ—ไม่มีอย่างอื่นเลย

CORE RawRev Freeze Dried เปรียบเทียบอย่างไร

ถ้าคุณได้ข้อสรุปจากข้างต้นว่า ชิ้นฟรีซดรายใน CORE RawRev สำหรับแมวคือเนื้อล้วนๆ ไม่มีอย่างอื่นเลย—คุณคิดถูกแล้ว! จุดเด่นของความเรียบง่ายนี้คือ แมวของคุณจะได้รับแค่โปรตีนลีน วิตามิน และแร่ธาตุจากชิ้นเนื้อเท่านั้น ไม่มีคาร์บหรือแคลอรี่ที่ไม่จำเป็นเพิ่มเข้ามา

ในความเป็นจริง เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นในท้องตลาด CORE RawRev สำหรับแมวมีโปรตีนสูงที่สุด ไขมันและคาร์โบไฮเดรตต่ำที่สุด

แล้วรสชาติเป็นอย่างไร?

เพราะไม่มีสารเติมแต่งมาทำให้รสชาติจืดลง CORE RawRev เต็มไปด้วยรสชาติอร่อยของเนื้อไก่งวง 100% และกลิ่นหอมของเนื้อที่แมวชื่นชอบ CORE RawRev สำหรับแมวรับประกันความพึงพอใจ 100% หมายความว่าถ้าแมวของคุณไม่กิน RawRev ด้วยความตื่นเต้น Wellness จะคืนเงินเต็มจำนวนสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เหลือ

ถามเจ้าเหมียวพวกนี้ดูได้เลย

👉 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
ทักแชท: m.me/wellnesspetfoodthailand
Website: https://www.wellnesspetfood.co.th/
.
🌟แชร์ชีวิตที่ดีร่วมกัน แชร์ WELLNESS อาหารสัตว์เลี้ยงที่แนะนำโดยสัตวแพทย์ 🌟

🛒 หาซื้อได้แล้ววันนี้ ที่ร้านเพ็ทช็อปชั้นนำทั่วไป

จำนวนแมวที่น่าแปลกใจที่ไม่ได้พาไปหาสัตวแพทย์

พาแมวไปหาสัตวแพทย์วันเดียวต่อปีในเดือนสิงหาคม แต่การพาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำกับสัตวแพทย์เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อค้นหาความเจ็บป่วยตั้งแต่เนิ่นๆ และเพื่อให้แมวของคุณมีสุขภาพดี

cat at veterinarian

น่าเสียดายที่เจ้าของแมวไม่ค่อยพาแมวไปตรวจกับสัตวแพทย์บ่อยเท่าเจ้าของสุนัขด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น ความเครียดของแมว บุคลิกที่เป็นอิสระของแมว และความคิดที่ว่าแมวสุขภาพดี แมวมักไม่แสดงอาการเจ็บป่วยอย่างชัดเจน ทำให้การตรวจหาความเจ็บป่วยในแมวทำได้ยาก คนส่วนใหญ่มักไม่รู้ว่าแมวที่รักป่วยหรือมีปัญหาจนกว่าจะเป็นระยะท้ายของโรคและทางเลือกในการรักษามีจำกัด

วันนี้ฉันจึงอยากพูดถึงว่าทำไมเจ้าของสัตว์เลี้ยงถึงลังเลที่จะพาแมวไปหาสัตวแพทย์ เคล็ดลับช่วยพาแมวไปหาสัตวแพทย์ และที่สำคัญที่สุดว่าทำไมการตรวจสุขภาพประจำจึงสำคัญมาก

ทำไมจึงสำคัญที่จะพาแมวไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เป็นประจำ?

สัตว์เลี้ยงไม่สามารถบอกเราได้เสมอเมื่อรู้สึกไม่สบาย โดยเฉพาะเมื่อเป็นอาการเล็กน้อย นอกจากนี้ แมวยังซ่อนความเจ็บป่วยและความเจ็บปวดเพื่อความอยู่รอด เพราะไม่อยากแสดงความอ่อนแอ เจ้าของแมวมักจะพาแมวไปหาสัตวแพทย์เมื่อสังเกตเห็นว่าแมวมีอาการผิดปกติหรือไม่เหมือนปกติ หลายครั้งที่เมื่อแมวแสดงอาการ “ป่วย” ก็เป็นระยะท้ายของโรคและมีทางเลือกในการรักษาน้อย นี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมต้องพาแมวไปตรวจสุขภาพและตรวจเลือดอย่างละเอียดทุกปี

สัตวแพทย์และเทคนิคการแพทย์ฝึกฝนมาเพื่อตรวจหาความผิดปกติที่เจ้าของอาจมองไม่เห็น นอกจากนี้ การตรวจเลือดยังช่วยให้เราค้นพบโรคตั้งแต่เนิ่นๆ (ก่อนแมวจะแสดงอาการ) และเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาและช่วยให้แมวมีชีวิตยืนยาว

cat sitting

Photo via @le_chat_nikita

ทำไมเจ้าของแมวจึงไม่พาแมวไปตรวจสุขภาพประจำ?


มากกว่าครึ่งของแมวเลี้ยงในประเทศของเราไม่ได้รับการตรวจโดยสัตวแพทย์ในปีที่ผ่านมา

สถิตินี้น่าตกใจและต้องได้รับการแก้ไข เหตุผลที่เจ้าของไม่พาแมวไปหาสัตวแพทย์ส่วนใหญ่มาจากความเครียด การพาไปหาสัตวแพทย์ทำให้แมวเครียด และเจ้าของก็เครียดกับการจับแมวใส่กระเป๋าและพาไปโรงพยาบาลสัตว์ แมวไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงและจะเครียดมากเมื่อถูกบังคับให้ออกจากบ้าน

นอกจากความเครียดสูงของแมวแล้ว บุคลิกที่เป็นอิสระของแมวยังทำให้เจ้าของไม่อยากพาไปหาสัตวแพทย์ แมวไม่เหมือนสุนัขที่ต้องการความสนใจหรือการดูแลมาก แมวดูเหมือนไม่ต้องการความสนใจหรือการดูแล อย่าปล่อยให้บุคลิกนี้หลอกคุณ ความเป็นอิสระไม่ได้แปลว่าไม่ต้องการการดูแลหรือไม่ต้องไปตรวจสุขภาพ

เคล็ดลับสำหรับทำให้การพาแมวไปหาสัตวแพทย์ไม่เครียด:

  • บริการตรวจสุขภาพที่บ้าน: โรงพยาบาลสัตว์บางแห่งมีบริการตรวจที่บ้าน ถามสัตวแพทย์ของคุณ การไม่ต้องพาแมวออกนอกบ้านจะลดความเครียดได้มาก

  • เก็บกระเป๋าแมวไว้ในที่ลับ: แมวฉลาดและรู้ว่าเมื่อไหร่ที่กระเป๋าออกมา หมายความว่าจะต้องออกจากบ้าน แมวจะหาที่ซ่อนและอยู่ที่นั่นทั้งวันเพื่อหลีกเลี่ยงกระเป๋า แนะนำให้เก็บกระเป๋าไว้จนกว่าจะพร้อมจะไปโรงพยาบาล

  • ยานอนหลับเล็กน้อย: ถามสัตวแพทย์ว่าแมวของคุณเหมาะกับยานอนหลับหรือไม่ บางครั้งยาจะช่วยลดความเครียดได้

  • กระเป๋าปิดมิดชิด: อย่าสันนิษฐานว่าแมวจะไปได้ดีถ้าไม่อยู่ในกระเป๋า เมื่อแมวตกใจจากเสียงหมาหรือสถานที่ใหม่ๆ แมวมักจะวิ่งหนีไปซ่อน ซึ่งบางครั้งอาจเป็นที่จอดรถ ควรพาแมวไปโรงพยาบาลในกระเป๋าปิดเพื่อความปลอดภัยทั้งแมวและคุณcat in car in carrier

  • ขอห้องตรวจทันที: ถามสัตวแพทย์ว่าพอถึงโรงพยาบาลจะพาแมวเข้าห้องตรวจเลยได้ไหม ห้องรอที่เสียงดังทำให้แมวเครียดและวิตกกังวลมาก

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจพาแมวไปตรวจสุขภาพ แมวน่ารักเหล่านี้ขึ้นอยู่กับเราในการดูแลให้มีชีวิตที่ดีที่สุดและสุขภาพดี ผลประโยชน์ระยะยาวของการดูแลสุขภาพแมวมีค่ามากกว่าความเครียดในวันหนึ่งๆ อย่างที่ฉันบอกเจ้าของสัตว์เลี้ยงเสมอว่า แมวอาจไม่รู้ว่าคุณกำลังช่วยพวกเขา แต่คุณกำลังมอบชีวิตที่ดีที่สุดและยาวนานที่สุดให้ พริบตาความเครียดนั้นคุ้มค่ากับชีวิตที่ยืนยาวและสุขภาพดี สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของสัตว์เลี้ยงของคุณคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับฉัน!

👉 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
ทักแชท: m.me/wellnesspetfoodthailand
Website: https://www.wellnesspetfood.co.th/
.
🌟แชร์ชีวิตที่ดีร่วมกัน แชร์ WELLNESS อาหารสัตว์เลี้ยงที่แนะนำโดยสัตวแพทย์ 🌟

🛒 หาซื้อได้แล้ววันนี้ ที่ร้านเพ็ทช็อปชั้นนำทั่วไป

เอาชนะความเหงาของสัตว์เลี้ยงในช่วงเปิดเทอม

header back to school

ในขณะที่พ่อแม่หลายคนดีใจที่ลูก ๆ จะได้กลับไปโรงเรียน สัตว์เลี้ยงกลับไม่ค่อยตื่นเต้นนักเมื่อเห็นเพื่อนสองขาของพวกเขาขึ้นรถโรงเรียนและหายไปเกือบทั้งวัน สำหรับสัตว์เลี้ยง การกลับไปโรงเรียนหมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกิจวัตรประจำวัน ระดับกิจกรรม และความสนใจที่ได้รับ การเปลี่ยนแปลงอย่างมากนี้อาจทำให้เกิดความวิตกกังวลและพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์อื่น ๆ

เรียนรู้ที่จะสังเกตสัญญาณที่บ่งบอกว่าสัตว์เลี้ยงของคุณกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงช่วงเปิดเทอมและหาวิธีช่วยเหลือ

Back to School

สัญญาณของความวิตกกังวลและซึมเศร้าในสุนัข

เมื่อสุนัขวิตกกังวล มักจะแสดงพฤติกรรมลบที่คุณอาจอยากลงโทษ แต่การลงโทษพฤติกรรมที่เกิดจากความวิตกกังวลจะทำให้สถานการณ์แย่ลง เกิดพฤติกรรมกลัว สับสน หรือก้าวร้าวมากขึ้น

สัญญาณทั่วไปของความวิตกกังวลแบ่งแยก ได้แก่:

  • ฉี่รดในบ้าน

  • เคี้ยวเฟอร์นิเจอร์ รองเท้า ฯลฯ

  • ฉีกหมอน

  • ฉีกกระดาษ

  • เห่าหอนเสียงดัง

  • การเปลี่ยนแปลงอารมณ์อื่น ๆ

ในกรณีซึมเศร้า สุนัขอาจแสดงอาการดังนี้:

  • ซ่อนตัว

  • ซึม ไม่มีแรง

  • ไม่เล่น

  • เบื่ออาหาร

สำคัญคือสุนัขที่มีอาการเหล่านี้อาจแสดงแค่หนึ่งหรือสองสัญญาณเท่านั้น ดังนั้นเจ้าของต้องสังเกตพฤติกรรมใหม่ ๆ หรือที่เปลี่ยนแปลง

Back to School 2

สัญญาณของความวิตกกังวลแบ่งแยกในแมว

ในขณะเดียวกัน แมวมักไม่ค่อยมีปัญหาเมื่อเด็กกลับไปโรงเรียน แต่แมวที่มีประวัติเจ้าของไม่แน่นอนหรือถูกทอดทิ้งอาจวิตกกังวลจากการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ สัญญาณแมวมีความวิตกกังวลแบ่งแยก เช่น:

  • ตัวสั่น

  • หลีกเลี่ยงสังคม

  • ซ่อนตัว / หนี

  • เบื่ออาหาร

  • อุจจาระผิดปกติในกระบะทราย

  • อารมณ์แปรปรวน

วิธีช่วยสัตว์เลี้ยงที่เผชิญกับความวิตกกังวลช่วงเปิดเทอม

อย่างที่กล่าวไป การจัดการพฤติกรรมช่วงเปิดเทอมที่แย่ที่สุดคือการโกรธหรือก้าวร้าว ให้ใจเย็น ใช้น้ำเสียงสงบเพื่อส่งสัญญาณว่าสิ่งต่าง ๆ ปลอดภัย

การให้ของเล่นใหม่ช่วยให้สัตว์เลี้ยงระบายพลังงานระหว่างที่เด็กยังไม่กลับบ้านก็ช่วยได้

อีกวิธีจัดการสุนัขวิตกกังวลคือฝึกให้อยู่ในกรงอย่างมีระบบ หากมีปัญหาพฤติกรรมเข้าห้องน้ำผิดที่

การออกกำลังกายช่วยให้สัตว์เลี้ยงรู้สึกไม่ว่างและเผาผลาญพลังงานที่เคยใช้กับการเล่นกับเด็ก ช่วงที่ยังไม่กลับไปโรงเรียนให้เพิ่มการเดินเล่นให้มากขึ้น

สุดท้าย ให้เด็กมีเวลาหลังเลิกเรียนเล่นกับสัตว์เลี้ยง การเสริมสร้างความผูกพันระหว่างเด็กและสัตว์เลี้ยงควรได้รับการสนับสนุนและใช้เวลาในการพัฒนา สร้างวิถีชีวิตใหม่สำหรับเด็กและสัตว์เลี้ยงในปีการศึกษาใหม่ จะช่วยให้แมวหรือสุนัขรู้สึกปลอดภัย ลดความรู้สึกถูกทอดทิ้งเมื่อเด็กกลับไปโรงเรียน

family with dog

ถึงอย่างนั้น ความวิตกกังวลและซึมเศร้าในแมวและสุนัขมีอยู่จริงเมื่อเจ้าของเด็กกลับไปโรงเรียน วิธีแก้คือสังเกตอาการและดูแลด้วยความรัก ความเข้าใจ เพิ่มเวลาการออกกำลังกาย และสร้างวิถีชีวิตใหม่ที่ทำให้เด็กและสัตว์เลี้ยงได้ใกล้ชิดกัน

สุขภาพสัตว์เลี้ยงไม่ได้หมายถึงแค่การให้อาหารดีเท่านั้น แต่รวมถึงสุขภาพจิต ร่างกาย และอารมณ์ Wellness Pet Food เชื่อในสุขภาพสัตว์เลี้ยงแบบองค์รวม ดังนั้นเราจึงพยายามสร้างอาหารและขนมสัตว์เลี้ยงที่เป็นธรรมชาติและดีต่อสุขภาพ เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของคุณสุขภาพดีและมีความสุข

👉 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
ทักแชท: m.me/wellnesspetfoodthailand
Website: https://www.wellnesspetfood.co.th/
.
🌟แชร์ชีวิตที่ดีร่วมกัน แชร์ WELLNESS อาหารสัตว์เลี้ยงที่แนะนำโดยสัตวแพทย์ 🌟

🛒 หาซื้อได้แล้ววันนี้ ที่ร้านเพ็ทช็อปชั้นนำทั่วไป

7 เรื่องที่ทุกคนควรรู้เกี่ยวกับสุนัขช่วยเหลือ

เมื่อสุนัขบริการวิ่งเข้าไปหา ผู้หญิงคนหนึ่งในถนนที่พลุกพล่าน พยายามไล่สุนัขออกไป ขณะที่เจ้าของสุนัขดูเหมือนจะมีปัญหาโชคดีที่เจ้าของสุนัขไม่ได้มีอาการชักหรือเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต หากเป็นเช่นนั้นเขาอาจเสียชีวิตได้ สัปดาห์ที่ 5-11 สิงหาคม คือสัปดาห์สากลของสุนัขช่วยเหลือ ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมในการเรียนรู้ว่าสุนัขช่วยเหลือทำอะไรและควรทำอย่างไรเมื่อเจอสุนัขเหล่านี้

1. สุนัขช่วยเหลือหรือสุนัขบริการทำอะไร?


สุนัขบริการคือสุนัขที่ได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มงวดเพื่อทำงานเฉพาะเจาะจงช่วยเจ้าของให้ดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย ความสามารถของสุนัขเหล่านี้อาจเป็นตัวแยกชีวิตและความตายสำหรับเจ้าของโดยตรง โดยสุนัขบริการจะ:

  • เปิดประตูให้เจ้าของโดยใช้คันโยก
  • นำสิ่งของมาให้เจ้าของ
  • เห่าเพื่อสื่อสารกับเจ้าของหรือผู้อื่น
  • ช่วยเหลือเจ้าของในการเคลื่อนไหว
  • ถือของในกระเป๋าเป้ของตน
  • นำโทรศัพท์มาให้เจ้าของเพื่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน
  • เห่าใส่โทรศัพท์ลำโพงเพื่อสัญญาณเหตุฉุกเฉิน
  • หาคนช่วยเมื่อเจ้าของมีปัญหา
  • ทำให้เจ้าของสงบในช่วงอาการทางจิต
  • เตือนเจ้าของหากเกิดไฟไหม้หรือภัยพิบัติอื่น ๆ
  • ช่วยเจ้าของที่มีปัญหาทางจิตโดยตรวจจับสิ่งที่ไม่พึงประสงค์
  • ช่วยเจ้าของที่มีปัญหาทางจิตไม่ให้ทำร้ายตัวเอง

ดังนั้นเมื่อเห็นสุนัขบริการ ไม่ว่าจะอยู่กับเจ้าของหรือไม่ก็ตาม ควรสังเกตพฤติกรรมและตอบสนองอย่างเหมาะสม เพราะสุนัขบริการไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยงทั่วไป

  •  

2. อย่าจับต้องสุนัขบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต

เป็นเรื่องปกติที่จะอยากลูบสุนัขที่เป็นมิตร แต่สุนัขบริการแทบจะอยู่ในสถานะ “ปฏิบัติหน้าที่” ตลอดเวลา การหยุดลูบสุนัขโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของอาจทำให้สุนัขเสียสมาธิและเสี่ยงต่อเจ้าของได้

3. พูดคุยกับเจ้าของ ไม่ใช่กับสุนัข


อีกครั้ง เป็นธรรมชาติของคนรักสุนัขที่จะพูดกับสุนัข แต่เพื่อไม่ให้สุนัขเสียสมาธิ ไม่ควรพูดกับสุนัขบริการโดยตรง

4. อย่าให้อาหารสุนัขบริการ

อาหารเป็นสิ่งรบกวนสุนัขที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ แม้ว่าคุณจะมีอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยงหรืออาหารที่อนุญาตให้ให้อาหารสุนัขแปลกหน้า ก็อย่าลองให้ อาหารสุนัขบริการได้รับการดูแลอย่างดี มีอาหารที่เพียงพอและเวลาว่างพอเหมาะ

5. อย่านำสุนัขของคุณเข้าใกล้สุนัขบริการ

ไม่สามารถคาดเดาปฏิกิริยาของสุนัขสองตัวที่ไม่คุ้นเคยกันได้ จึงควรรักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง หากต้องการให้สุนัขของคุณทักทาย ควรถามเจ้าของก่อนและเคารพหากเจ้าของปฏิเสธ

6. อย่ารู้สึกโกรธหากเห็นสุนัขบริการในร้านค้า ร้านอาหาร ฯลฯ

มีรายงานว่าบางคนรู้สึกโกรธเมื่อเห็นสุนัขบริการในสถานที่ที่สัตว์เลี้ยงปกติไม่อนุญาต แต่สุนัขเหล่านี้มาช่วยเจ้าของและรู้ว่าต้องไม่รบกวนสถานที่นั้น สิ่งที่ดีที่สุดคือปล่อยให้เจ้าของและสุนัขอยู่ตามลำพังเหมือนกับคนอื่น ๆ

7. ตามสุนัขบริการที่ไม่มีเจ้าของ

ข้อยกเว้นในการปล่อยสุนัขบริการอยู่ตามลำพัง คือถ้าเห็นสุนัขบริการไม่มีเจ้าของ หรือสุนัขเข้ามาหาคุณ ควรถือว่าเกิดเหตุฉุกเฉินและตามสุนัขไป สุนัขได้รับการฝึกมาอย่างดีและจะนำคุณไปยังเหตุการณ์เร่งด่วน การตอบสนองอย่างเร่งด่วนอาจช่วยชีวิตคนได้
สุนัขคือเพื่อนที่วิเศษและสมควรได้รับสิ่งที่ดีที่สุด เราที่ Wellness Pet Food จึงมุ่งมั่นผลิตอาหารและขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงที่เป็นธรรมชาติและช่วยส่งเสริมสุขภาพและความสุขตลอดชีวิต

👉 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
ทักแชท: m.me/wellnesspetfoodthailand
Website: https://www.wellnesspetfood.co.th/
.
🌟แชร์ชีวิตที่ดีร่วมกัน แชร์ WELLNESS อาหารสัตว์เลี้ยงที่แนะนำโดยสัตวแพทย์ 🌟

🛒 หาซื้อได้แล้ววันนี้ ที่ร้านเพ็ทช็อปชั้นนำทั่วไป

10 ต้นไม้ในร่มปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง เพื่อเพิ่มความสวยงามให้บ้านของคุณ

ไม่มีอะไรทำให้บรรยากาศในบ้านสดชื่นไปกว่าต้นไม้สีเขียวตามธรรมชาติ ต้นไม้บางชนิดยังช่วยขจัดสารพิษได้ แต่ต้นไม้บางชนิด (แม้แต่ต้นที่ช่วยดีท็อกซ์) ก็เป็นพิษต่อแมวและสุนัข อย่างไรก็ตาม คุณสามารถตกแต่งบ้านด้วยต้นไม้ในร่มที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง 10 ชนิดนี้ได้อย่างสบายใจ

ต้นปาล์ม


ปาล์มที่เหมาะกับการปลูกในบ้าน เช่น ปาล์มไผ่ ปาล์มแอเรก้า หรือปาล์มหางนกยูง เพิ่มสไตล์และเนื้อสัมผัสให้บ้าน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนและกำจัดสารพิษในอากาศด้วย

ต้นไม้แมงมุม (Spider Plant)

spider plant pet safe plants
เหมือนกับปาล์ม ต้นไม้แมงมุมช่วยเพิ่มเนื้อสัมผัสให้กับพื้นที่ มีใบยาวที่มักมีลวดลายออกจากตรงกลาง ต้นไม้แมงมุมสามารถห้อยหรือตั้งได้ และยังช่วยฟอกอากาศในบริเวณรอบ ๆ อีกด้วย

ต้นไผ่


ถ้าไม่มีพื้นที่กว้าง ควรเลือกต้นไผ่ในกระถางขนาดเล็ก ต้นไผ่ไม่เพียงแต่ให้ความสวยงามแบบเอ็กโซติกและช่วยดีท็อกซ์ แต่ยังปลอดภัยสำหรับแมวและสุนัขด้วย

เฟิร์นบอสตัน (Boston Fern)

boston fern
ต้นไม้ที่ดูอบอุ่นและดูแลรักษาง่าย เหมาะกับการห้อยจากเพดาน อย่างไรก็ตามไม่ใช่เฟิร์นทุกชนิดจะปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง

บรอมิลเลียด (Bromeliads)


ต้นไม้เขตร้อนที่มีใบสีเขียวยาวใหญ่และดอกสีสันสดใสคล้ายสับปะรด

ต้นลิปสติก (Lipstick Plant)


ต้นไม้สีสันสดใสอีกชนิดที่ปลอดภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง มีใบเงางามและดอกเล็ก ๆ โผล่ออกมาจากหลอด คล้ายลิปสติกในแท่ง

กระบองเพชรคริสต์มาส (Christmas Cactus)

christmas cactus pet safe
ไม่ต้องตกใจ…ต่างจากกระบองเพชรชนิดอื่น กระบองเพชรคริสต์มาสไม่มีหนามหรือสารพิษอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง มีดอกไม้สีสันสดใสและมักบานในเดือนธันวาคม

วิโอล่าแอฟริกัน (African Violet)


ให้สีสันสดใสตลอดปี เหมาะกับวางในที่อบอุ่นและมีแสงมาก เป็นต้นไม้ที่ไม่เป็นพิษและออกดอกบ่อย

กล้วยไม้ฟาเลนนอปซิส (Phalaenopsis Orchids)

Orchid with cat

กล้วยไม้ชนิดนี้สวยงามและไม่เป็นพิษต่อแมวหรือสุนัข ดอกไม้ยังกินได้ แม้ส่วนใหญ่ปลูกเพื่อความสวยงาม

หลายชนิดของไม้อวบน้ำ (Succulents)

succulents safe for pets
ไม้อวบน้ำได้รับความนิยม เช่น เบอร์โรส์เทล (burros tail), ฮาวอร์เทีย (haworthia), hens and chicks, echeveria เป็นต้น แต่บางชนิดมีพิษ จึงควรตรวจสอบข้อมูลพิษก่อนซื้อจากเว็บไซต์ ASPCA

ป้องกันไม่ให้สัตว์เลี้ยงกินต้นไม้ที่ไม่ปลอดภัยโดยการให้อาหารที่มีโปรตีนจากธรรมชาติ เช่น อาหารสัตว์จาก Wellness Pet Food ดูข้อมูลอาหารเปียก แห้ง ขนมและของว่างได้ที่เว็บไซต์ของเรา Wellness มีอาหารสำหรับความต้องการของแมวและสุนัขทุกตัว

👉 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
ทักแชท: m.me/wellnesspetfoodthailand
Website: https://www.wellnesspetfood.co.th/
.
🌟แชร์ชีวิตที่ดีร่วมกัน แชร์ WELLNESS อาหารสัตว์เลี้ยงที่แนะนำโดยสัตวแพทย์ 🌟

🛒 หาซื้อได้แล้ววันนี้ ที่ร้านเพ็ทช็อปชั้นนำทั่วไป

เพิ่มความหลากหลายและทำให้เวลามื้ออาหารของสุนัขของคุณสนุกยิ่งขึ้นด้วยการให้อาหารหมุนเวียน

Rotational feeding cover photo

หมายเหตุ: การให้อาหารหมุนเวียนไม่แนะนำสำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีอาการแพ้อาหารหรือความไวต่ออาหาร เนื่องจากสัตว์เลี้ยงบางตัว ที่มีอาการแพ้อาหารอาจมีแนวโน้มที่จะพัฒนาอาการแพ้อาหารเพิ่มเติมได้

มีหลายวิธีที่สามารถเพิ่มความหลากหลายให้กับมื้ออาหารของสัตว์เลี้ยง การให้อาหารหมุนเวียนสามารถเพิ่มความหลากหลายได้ทั้งในเรื่องรสชาติ (เช่น ไก่, แกะ, แซลมอน หรือ หมู), เนื้อสัมผัส (เช่น อาหารเม็ด, อาหารเปียก, อาหารฟรีซดรายด์, อาหารแอร์ดรายด์) และสารอาหาร (เช่น กรดอะมิโน, แร่ธาตุ, กรดไขมัน) สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงบางท่าน การเพิ่มความหลากหลายหมายถึงการผสมอาหารเม็ดและอาหารเปียกในชามเดียวกัน ในขณะที่บางท่านอาจเลือกที่จะให้อาหารเม็ดในมื้อเช้าและอาหารเปียกในมื้อเย็น ส่วนบางท่านอาจเลือกที่จะให้อาหารเม็ดแห้งเพียงอย่างเดียว แต่หมุนรสชาติของอาหารเม็ดแต่ละถุงที่ซื้อมาทุกครั้ง การผสมผสานเหล่านี้ทั้งหมดถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี – ทุกวิธีเพิ่มความหลากหลาย!

แม้ว่าการให้อาหารหมุนเวียนจะไม่ใช่สิ่งจำเป็น แต่ก็มีประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามแผนการให้อาหารหมุนเวียนสำหรับสุนัขหรือแมวของคุณ

อย่าให้สัตว์เลี้ยงของคุณรู้สึกเบื่ออาหาร การให้อาหารหมุนเวียนสามารถช่วยรักษาหรือเพิ่มความสนใจของสัตว์เลี้ยงในการกินอาหาร นอกจากนี้ แม้ว่าอาหารสุนัขที่สมดุลและครบถ้วนจะรับประกันว่าคุณจะได้รับสารอาหารที่เพียงพอ การหมุนเวียนอาหารทำให้สุนัขของคุณสามารถบริโภคส่วนผสมที่อาจมีวิตามิน แร่ธาตุ และกรดอะมิโนที่บางชนิดมีมากกว่าส่วนผสมอื่น ๆ ซึ่งช่วยสนับสนุนสุขภาพโดยรวมและความเป็นอยู่ที่ดีของพวกมัน

โอเค, ฉันสนใจ – จะเริ่มต้นการให้อาหารหมุนเวียนได้อย่างไร?

เมื่อเริ่มโปรแกรมการให้อาหารหมุนเวียน เจ้าของสัตว์เลี้ยงควรมองหาสูตรอาหารที่มีปริมาณไขมัน ใยอาหาร และส่วนผสมที่คล้ายกันเพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการย่อยอาหารไม่ดี เมื่อหมุนเวียนจากผลิตภัณฑ์หนึ่งไปยังอีกผลิตภัณฑ์หนึ่ง อย่าลืมปฏิบัติตามคำแนะนำในการให้อาหารสำหรับแต่ละผลิตภัณฑ์เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์เลี้ยงของคุณได้รับสารอาหารที่จำเป็นในแต่ละวันโดยไม่ให้อาหารมากเกินไป

วิธีที่พบได้บ่อยที่สุดในการให้อาหารหมุนเวียนคือการเปลี่ยนแหล่งโปรตีนที่ใช้ ทุกแหล่งโปรตีน (เช่น ไก่, แกะ, เนื้อวัว, และปลา) มีประโยชน์เฉพาะและแตกต่างกันไปในแง่ของกรดอะมิโน, กรดไขมัน, วิตามิน และแร่ธาตุ เนื่องจากแต่ละแหล่งโปรตีนมีสารอาหารที่แตกต่างกันตามธรรมชาติ อาหารสัตว์ที่ครบถ้วนและสมดุลจะถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันการขาดสารอาหาร – ซึ่งหมายความว่า จะมีการเติมส่วนผสมอื่นๆ เพื่อให้โปรตีนมีปริมาณสารอาหารที่เหมาะสมเพื่อรับประกันการได้รับโภชนาการที่สมดุลและดีต่อสุขภาพ

ประโยชน์ของแหล่งโปรตีนที่พบได้บ่อย:

  • ไก่ เป็นโปรตีนที่มีรสชาติอร่อยและมีไขมันค่อนข้างน้อย มันเป็นแหล่งที่ดีของวิตามินบี, ฟอสฟอรัส, ซีลีเนียม และกรดลิโนเลนิก (กรดไขมันโอเมกา-6) ซึ่งช่วยสนับสนุนสุขภาพโดยรวมของสัตว์เลี้ยง เช่น การเสริมสร้างพลังงาน, การบำรุงสุขภาพของขนและผิวหนัง, และการสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน
    chicken
  • แกะ เป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายและให้พลังงานสูง มันเป็นแหล่งที่ดีของวิตามินบี, ฟอสฟอรัส, สังกะสี, เหล็ก และกรดลิโนเลนิก รวมถึงกรดลิโนเลนิกที่มีการรวมกลุ่ม (Conjugated Linolenic Acid – CLA) ซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมกา-6 กรดลิโนเลนิกที่มีการรวมกลุ่มนั้นได้รับความนิยมมากขึ้นในฐานะอาหารเสริมทางโภชนาการ เนื่องจากมันสามารถช่วยในการควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสมได้ดี
    lamb
  • แซลมอน เป็นแหล่งโปรตีนที่มีรสชาติอร่อยและให้พลังงานในระดับปานกลาง มันเป็นแหล่งที่ดีของวิตามินเอ, วิตามินบี, ฟอสฟอรัส, ซีลีเนียม, เหล็ก และกรดไขมันโอเมกา-6 (กรดอะราชิโดนิก) นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่ยอดเยี่ยมของกรดไขมันโอเมกา-3 เชิงซ้อนยาว (EPA และ DHA) ซึ่งช่วยสนับสนุนสุขภาพหัวใจ, การทำงานของสมอง, และลดการอักเสบในร่างกาย
    salmon

หากคุณสนใจลองการให้อาหารหมุนเวียน คุณสามารถเลือกดูตัวเลือกอาหารเม็ดสุนัข Wellness CORE ที่มีโปรตีนสูงและปราศจากธัญพืชได้

👉 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
ทักแชท: m.me/wellnesspetfoodthailand
Website: https://www.wellnesspetfood.co.th/
.
🌟แชร์ชีวิตที่ดีร่วมกัน แชร์ WELLNESS อาหารสัตว์เลี้ยงที่แนะนำโดยสัตวแพทย์ 🌟

🛒 หาซื้อได้แล้ววันนี้ ที่ร้านเพ็ทช็อปชั้นนำทั่วไป

ไม่เอาอีกแล้วชามอาหารน่าเบื่อ™! วิธี (อย่างปลอดภัย) เติมความตื่นเต้นให้ชามอาหารน้องหมาด้วยมิกเซอร์และท็อปเปอร์

Wellness CORE dog food Mixers and toppers blog coverWellness CORE dog food Mixers and toppers blog cover

แม้ว่าอาหารเม็ดสูตรครบถ้วนสมดุลแบบพรีเมียมที่ทำจากธรรมชาติจะให้สารอาหารที่สุนัขของคุณต้องการทั้งหมดเพื่อการเจริญเติบโต การผสมอาหารเปียกหรือเติมท็อปเปอร์ลงไปก็เป็นวิธีที่ดีในการเพิ่มกลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัสของมื้ออาหาร — และทำให้ชามของพวกเขาน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น!

มิกเซอร์และท็อปเปอร์สามารถเพิ่มสารอาหาร เช่น โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุต่าง ๆ ได้ และยังช่วยได้มากหากสุนัขของคุณเบื่ออาหารหรือเลือกกิน เพียงแค่เติมมิกเซอร์หรือท็อปเปอร์ลงในอาหารเม็ด ก็สามารถทำให้พวกเขากินจนเกลี้ยงชาม และกระตุ้นความตื่นเต้นในมื้ออาหารได้แล้ว

ถาม: จะเติมความหลากหลายด้วยมิกเซอร์และท็อปเปอร์อย่างไร โดยไม่เกิดผลข้างเคียง เช่น ปัญหาทางเดินอาหารหรือการเพิ่มน้ำหนัก?

ไม่มีสูตรตายตัวในการเติมมิกเซอร์หรือท็อปเปอร์ แต่มีแนวทางทั่วไปดังนี้:

  1. ปรึกษาสัตวแพทย์ — สุนัขบางตัวมีความต้องการด้านโภชนาการเฉพาะ หรือจำเป็นต้องได้รับอาหารตามช่วงวัยหรือลักษณะการใช้ชีวิต สัตวแพทย์สามารถช่วยให้แน่ใจว่าคุณให้อาหารที่เหมาะสม
    taking dog to veterinarian
  2. เลือกสูตรที่เหมาะกับช่วงวัยและไลฟ์สไตล์ของสุนัขคุณ — ลูกสุนัข, สุนัขสูงวัย, นักกีฬา, หรือสุนัขที่ชอบนอนเฉย ๆ ล้วนมีความต้องการที่ต่างกัน เลือกมิกเซอร์หรือท็อปเปอร์ที่เข้ากันได้กับอาหารหลักของพวกเขา
    puppy with senior dog
  3. เลือกผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง — ความหลากหลายไม่ควรทำให้คุณภาพลดลง หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาทางเดินอาหาร เลือกแบรนด์ที่คุณเชื่อถือ และมีทางเลือกหลากหลายให้หมุนเวียนใช้งาน
  4. ใส่ใจกับคำแนะนำในการให้อาหาร — อาหารสัตว์แต่ละชนิดมีคำแนะนำเฉพาะ เมื่อคุณผสมอาหาร ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้เพื่อหลีกเลี่ยงการให้อาหารมากเกินไป เช่น อาหารเปียกมีแคลอรี่น้อยกว่าอาหารเม็ดมาก ดังนั้นไม่ควรสลับโดยตรง 1 ถ้วยต่อ 1 ถ้วย ควรตรวจสอบคำแนะนำบนบรรจุภัณฑ์ของแต่ละมิกเซอร์หรือท็อปเปอร์
  5. ค่อย ๆ แนะนำอาหารใหม่อย่างค่อยเป็นค่อยไป — สุนัขส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการกินอาหารแบบเดิมทุกวัน เมื่อจะแนะนำรูปแบบ รสชาติ หรือแบรนด์ใหม่ ควรทำแบบค่อยเป็นค่อยไปภายใน 3–7 วัน เริ่มจาก 1 ช้อนโต๊ะ แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นจนถึงปริมาณที่เหมาะสมในวันที่ 7
    Dog enjoying CORE Bowl Boosters Tender

    Heeler-mix, Choco, enjoying CORE Bowl Boosters Tender Whitefish & Salmon on top of his kibble.

  6. อย่าปล่อยให้อาหารเปียกค้างในชาม — สุนัขบางตัวชอบอาหารเปียกอยู่ด้านบน บางตัวชอบผสม บางตัวชอบกินแยก คุณจะรู้ว่าหมาของคุณชอบแบบไหน แต่อย่าลืมว่า เมื่อเปิดแล้ว อาหารเปียกไม่ควรอยู่ที่อุณหภูมิห้องนานเกินไป เพราะอาจเสียได้ง่าย โดยเฉพาะในอากาศร้อน ดังนั้นควรแบ่งเป็นส่วนเล็ก ๆ และเสิร์ฟตามที่สุนัขชอบ
  7. เตรียมน้ำสะอาดไว้เสมอ

👉 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
ทักแชท: m.me/wellnesspetfoodthailand
Website: https://www.wellnesspetfood.co.th/
.
🌟แชร์ชีวิตที่ดีร่วมกัน แชร์ WELLNESS อาหารสัตว์เลี้ยงที่แนะนำโดยสัตวแพทย์ 🌟

🛒 หาซื้อได้แล้ววันนี้ ที่ร้านเพ็ทช็อปชั้นนำทั่วไป

3 ไอเดียงาน DIY อุปกรณ์สัตว์เลี้ยงง่าย ๆ ด้วยบรรจุภัณฑ์ของ Wellness Natural Pet Food

This article was originally published on 4/13/2016.

คุณเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมหรือเปล่า? มาใช้ความคิดสร้างสรรค์กับโปรเจกต์ DIY ง่าย ๆ เหล่านี้ที่สนุกและเป็นมิตรต่อโลก โดยร่วมมือกับผู้นำด้านการรีไซเคิลอย่าง TerraCycle! ถ้าคุณไม่ถนัดงานประดิษฐ์ คุณก็ยังสามารถช่วยสิ่งแวดล้อมได้

ในฐานะแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงจากสหรัฐฯ รายแรกที่ร่วมมือกับ TerraCycle เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ใช้แบรนด์ Wellness สามารถรีไซเคิลถุงอาหารที่เป็นสูตรโปรดของน้องหมาน้องแมวได้ฟรี รวมถึงสูตร Wellness Complete Health, Wellness CORE และ Wellness TruFood สำหรับทั้งสุนัขและแมว ลงทะเบียนที่นี่เพื่อเริ่มต้น และคุณจะสะสมแต้มจากสิ่งที่คุณรีไซเคิล ซึ่งสามารถนำไปสนับสนุนองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่คุณชื่นชอบได้!

อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง DIY ง่าย ๆ

DIY Pet Cape Costume

1. ผ้าคลุมหลังสุนัข Wellness

อุปกรณ์ที่ต้องใช้:

  • ถุงอาหารสุนัข Wellness

  • เทปใส

  • ยางยืดแบนขนาด ¼ นิ้ว

เครื่องมือ:

  • ไม้บรรทัด

  • กรรไกร

  • ปากกา

วิธีทำ:

  1. เริ่มจากถุงอาหารที่สะอาด ตัดขอบออกให้เรียบร้อย

  2. ใช้ไม้บรรทัดวาดรูปสี่เหลี่ยมคางหมู กว้าง 6 นิ้วด้านล่าง, 4 นิ้วด้านบน และสูง 7.5 นิ้ว

  3. พับด้านแคบลงประมาณ 0.75 นิ้ว

  4. ใช้เทปติดเพื่อยึดพับไว้

  5. ตัดยางยืดยาว 17.5 นิ้ว

  6. ร้อยยางยืดผ่านส่วนที่พับไว้

  7. ผูกและปรับให้พอดีกับสัตว์เลี้ยงของคุณ

เคล็ดลับการออกแบบ: ตัดชายผ้าให้เป็นลายเก๋ ๆ เช่น ซิกแซกหรือคลื่น!

ประโยคจบ: Super dogs super upcycle!

2. ชามน้ำพับได้สำหรับสัตว์เลี้ยง

DIY Pet Food Water Bowl

วัสดุ:

  • ถุงอาหารสัตว์ Wellness

  • แถบเวลโคร 4 ชิ้น

  • เทปใส

เครื่องมือ:

  • ไม้บรรทัด

  • ปากกาหรือเมจิก

  • กรรไกร

วิธีทำ:

  1. เริ่มจากถุงอาหารที่สะอาด แผ่ให้เรียบแล้ววัดความกว้าง วัดและทำเครื่องหมายสองฝั่งเพื่อให้ด้านยาวของถุงเท่ากับด้านกว้าง (เช่น 10 นิ้ว x 10 นิ้ว) แล้วตัดตามเส้น

  2. ทำเส้นขอบห่างจากขอบด้านนอก 2 นิ้วในแต่ละด้าน พับตามเส้นและกดให้แน่น จากนั้นคลี่ออก

  3. พับด้านข้างสองด้านที่มุม แล้วพับเส้นทแยงมุมจากมุมไปยังขอบที่พับไว้ เพื่อสร้างรูปสามเหลี่ยมตั้งขึ้น ทำแบบนี้กับทุกมุม แล้วคลี่ออก

  4. แกะแถบเวลโครออก ติดไว้ทั้งสองฝั่งของแต่ละมุมในตำแหน่งที่สามเหลี่ยมพับอยู่ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเวลโครตรงกันเวลาติด

  5. พับชามขึ้นที่มุมทั้งสี่ แล้วกดให้เวลโครติดกันให้แน่น

พร้อมใช้งานแล้ว! เสิร์ฟของว่างให้น้องหมาได้เลย

3. ที่ใส่ขนมสำหรับสัตว์เลี้ยง

DIY Pet Treat Holder

วัสดุ:

  • ถุงอาหารสุนัขเปล่า

  • ไม้บรรทัด

  • ปากกาลบได้

เครื่องมือ:

  • กรรไกร

  • เทป

  • แถบเวลโครแบบมีกาวในตัว 1 ชุด

วิธีทำ:

  1. เริ่มจากถุงอาหารที่สะอาด ตัดเป็นสี่เหลี่ยมขนาด 7.5 นิ้วต่อด้าน จากนั้นวาดสี่เหลี่ยมเล็กขนาด 3 นิ้วไว้ตรงกลาง โดยให้ห่างจากขอบใหญ่ 2.25 นิ้วทุกด้าน

  2. วาดเส้นโค้งครึ่งวงกลมจากมุมของสี่เหลี่ยมเล็กไปแตะขอบของสี่เหลี่ยมใหญ่ ทำแบบนี้ครบทั้ง 4 ด้าน แล้วตัดตามเส้นที่วาด

เคล็ดลับ: เพื่อให้ถุงขนมมีมิติ พับเพิ่มอีก ¼ นิ้วตรงฐานของแต่ละเส้นโค้ง

  1. พับเส้นโค้งทั้งสี่เข้าด้านในตามเส้นของสี่เหลี่ยมเล็ก

  2. ติดเทปเพื่อยึดแผ่นล่างและสองข้างไว้

  3. ติดแถบเวลโครฝั่งหนึ่งไว้ด้านในของแผ่นฝาปิดด้านบน แล้วพับลงมาเพื่อให้แถบอีกฝั่งติดกับด้านนอกของแผ่นล่าง ปล่อยให้เวลโครติดในจุดที่มันลงเองตามธรรมชาติ

เติมขนมโปรดของสัตว์เลี้ยงลงในซองใหม่สุดเก๋ของคุณได้เลย!

👉 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
ทักแชท: m.me/wellnesspetfoodthailand
Website: https://www.wellnesspetfood.co.th/
.
🌟แชร์ชีวิตที่ดีร่วมกัน แชร์ WELLNESS อาหารสัตว์เลี้ยงที่แนะนำโดยสัตวแพทย์ 🌟

🛒 หาซื้อได้แล้ววันนี้ ที่ร้านเพ็ทช็อปชั้นนำทั่วไป

เกี่ยวกับหน้านี้

วันที่:

19/06/2018

    รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างดีที่สุด

    ลงชื่อเข้าใช้